ตัวอย่างหนัง Silence

Silence เลื่อมใสไม่เงียบ กล่าวถึงเรื่องราวของ นักบวชเฟอร์เรรา เดินทางไปเผยแพร่ศาสนาคริสต์ที่ประเทศญี่ปุ่น เขาล่องหนไปอย่างลึกลับ มีเพียงสาส์นที่เขาได้ส่งมาจากคริสตจักรกล่าวว่าเขาได้ทอดทิ้งพระผู้เป็นเจ้าแล้วก็ปล่อยตนเองจากศาสนาคริสต์แล้ว ทำให้ นักบวชโรดิเกซ แล้วก็ นักบวชการูเปศิษย์ทั้งคู่คนจำต้องสมัครใจเข้าไปยังดินแดนที่มีการกำจัดผู้เชื่อถือศาสนาคริสต์ในประเทศญี่ปุ่นเพื่อตามหานักบวชเฟอร์เรรา

แน่ๆว่าเรื่องราวที่เกิดในหนังล้วนแต่มีข้อมูลเกี่ยวกับการเชื่อถือศาสนา แทบทุกฉากทุกตอนได้เปิดเผยให้มองเห็นถึงความขมักเขม้น เลื่อมใส รวมทั้งจิตวิญญาณของศาสนิกชนที่มีความศรัทธาต่อศาสนาคริสต์ ก็เลยทำให้หนังส่งพลังอย่างมาก โดยเฉพาะการถ่ายทอดอารมณ์ของดาราหนังประสิทธิภาพอย่าง Andrew Garfield ก็เรียกว่าขาดลอยแล้ว และก็อารมณ์ความรู้สึก เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเรื่องก็ยิ่งส่งพลังนั้นมากขึ้นไปอีก

ยิ่งกว่านั้น เมื่อได้ดูภาพยนตร์แล้วยังส่งผลให้มีการถามเกี่ยวศาสนาว่า ศาสนาเป็นอย่างไร เหตุไรจะต้องยึดติดกับรูปเคารพนับถือ ตามที่เป็นจริงแล้วพวกเรารู้เรื่องศาสนาที่พวกเราเชื่อถืออย่างแท้จริงไหมและก็ที่สำคัญควรจะหรือเปล่าที่ฝ่าฝืนความเชื่อถือ ความเลื่อมใสของคนอื่นๆ เพียงแค่เพราะว่าต่างเชื้อชาติ ต่างศาสนา ด้วยการถามกลุ่มนี้เองทำให้พวกเราได้มีเวลาใส่ใจคิดทบทวนกับเรื่องที่เกิดขึ้น เรียกว่าภาพยนตร์หัวข้อนี้เป็นเครื่องพร่ำสอนจิตใจได้อย่างดีเยี่ยม

ในทางตรงกันข้ามหากแม้ตัวหนังจะมานะสื่อให้มองเห็นถึงความอยุติธรรมที่เกิดสังกัดผู้เชื่อถือศาสนาคริสต์ แม้กระนั้นก็จะต้องดูย้อนกลับไปเหมือนกันว่าจุดมุ่งหมายเริ่มแรกของศาสนาคริสต์ที่เข้ามาเผยแพร่คราวแรกนั้นเป็นอย่างไร ถ้าหากไม่ใช่ว่าอยากเป็นประเทศราชหรืออุตสาหะชักพาให้ผู้คนกลับไปเชื่อถือศาสนาของตนเอง ซึ่งตัวหนังถ่ายทอดรายละเอียดออกมาออกจะมีความย้อนคัดค้าน บางฉากบางตอนศาสนาคริสต์พากเพียรสื่อให้มีความคิดเห็นว่าศาสนาของตนเองมีความพิเศษกว่าศาสนาอื่น แล้วก็ให้ค่าศาสนาอื่นเป็นผู้ไม่มีอารยะ ชั่วร้ายผ่านญี่ปุ่น แม้ว่าจะมีการพรีเซนเทชั่นรายละเอียดสาระสำคัญของทั้งคู่ศาสนาเพียงค่อนไปทางศาสนาคริสต์มากยิ่งกว่า ในจุดนี้เองบางทีก็อาจจะเกิดเรื่องที่ค่อนข้างจะสุ่มเสี่ยงพอเหมาะพอควร

อย่างไรก็ดี สิ่งที่สื่อให้มองเห็นอย่างเห็นได้ชัดอีกหนึ่งเรื่องที่สำคัญเป็น ความเชื่อถือ จะว่าไปการเปิดเผยแผ่ศาสนาเกิดเรื่องที่สาวกควรทำ แม้กระนั้นในเมื่อประเทศชาติที่ไปเผยแผ่นั้นต้านทาน เพราะอะไรถึงจำเป็นต้องดื้อดึงอยู่ถัดไป จะเรียกว่าความเชื่อถือเช่นไร ถ้าหากเชื่อถือนั้นนำมาซึ่งความเจ็บปวดรวดร้าวสาหัส ปากกล่าวว่าเพื่อพระผู้เป็นเจ้า ด้วยความทรมาทรกรรมทั้งหลายแหล่นี้พระผู้เป็นเจ้าได้มองเห็นไหม หรือตามที่เป็นจริงแล้ว พวกเรามีพระผู้เป็นเจ้าองค์เดียวกัน เพียงแค่ต่างเชื้อชาติ ต่างเชื้อสายกันเพียงเท่านั้น ด้วยเหตุนั้นก็เลยคือเรื่องของผู้ชมที่จำเป็นต้องตกลงใจเองว่าศาสนาเป็นยังไงทำไมก็เลยยังมีปัญหาความไม่ลงรอยกันเกิดขึ้นไม่จบไม่สิ้น

ตัวอย่างหนัง Ghost House

ศาลเพียงตา” เป็นเยี่ยมในสิ่งอเมซิ่งไทยแลนด์ในสายตาชาวต่างประเทศ ด้วยรูปลักษณ์ที่ราวกับบ้านเล็กเช่นเดียวกันกับบ้านนก แม้แม้กระนั้นมันถูกผลิตขึ้นมาเพื่อเป็นที่อยู่ของผีรวมทั้งนี่เองก็เป็นแรงดลใจให้ผู้กำกับ ริช แรกส์เดล (Rich Ragsdale) กำเนิดความรู้สึกต้องการจะถ่ายทอดผีไทยผ่านมุมมองฝรั่งตาน้ำข้าว จนถึงกำเนิดเป็นภาพยนตร์เรื่อง Ghost House

Ghost House เกิดเรื่องราวของ จิม และก็ จูลี่ คู่ควงคนต่างประเทศที่เดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทย จูลี่ละลานตาตื่นไทยกับวัฒนธรรมไทยหลายชนิด และก็หนึ่งในซึ่งก็คือศาลเพียงตา นำมาซึ่งการทำให้คุณเผลอลวนลามศาลเพียงตาในป่าช้ากระทั่งถูกผีประเทศญี่ปุ่น (ซึ่งเสียชีวิตในประเทศไทยชื่อ วาตาเบ ตามฆ่า จิรวมทั้งไกด์นำเที่ยวคนประเทศไทย โกโก้ ก็เลยจำเป็นต้องร่วมมือกันหาทางทำลายคำแช่งของผีร้าย เพื่อเขารวมทั้งคุณจะได้กลับมาดำเนินชีวิตธรรมดาอีกรอบหนึ่ง

นับว่าเป็นมิติใหม่อย่างยิ่งจริงๆสำหรับเพื่อการพรีเซนเทชั่นคติความเชื่อถือแบบชาวไทยผ่านสายตารวมทั้งการแปลความหมายของคนต่างชาติ ซึ่งถึงแม้ภาพที่ถูกถ่ายทอดออกมาจะไม่เนียนละเอียดเมื่อเทียบกับผลงานชนชาติไทยแท้ แต่ว่าก็น่าเชื่อถือว่าคนชอบดูหนังผีน่าจะชื่นชอบไม่น้อยกับการได้มองเห็นผี” นานาจำพวก ตลอดจนสิ่งที่เกี่ยวเนื่องกับ ผี” ไม่ว่าจะเป็นศาลเพียงตา หมอปราบผี สงฆ์องค์เจ้าอื่นๆอีกมากมาย มีปรากฏให้มองเห็นตลอดทั้งเรื่อง

ในส่วนของเค้าโครงเรื่องจะดำเนินไปเป็นลำดับเวลา ทำให้เข้าใจง่าย โดยที่ผู้ชมจะได้รับรู้เรื่องจริงของเรื่องไปพร้อมกับนักแสดง ในเวลาเดียวกันก็จะถูกบีบให้รู้สึกบีบคั้นด้วยแนวทางด้านภาพที่ชอบนำตัวสำคัญข้างหญิงเข้าไปอยู่ในอีกมิติหนึ่งที่มีบรรยากาศมืดมัวซัวเชิญชวนให้ระลึกถึงการปรากฏตัวของภูตผีปีศาจวิญญาณ

ข้อดีอีกอย่างหนึ่งของภาพยนตร์หัวข้อนี้ก็คือการสะท้อนภาพของเมืองไทยตามความคิดของนักเดินทางคนต่างชาติทั้งยังในด้านบวกรวมทั้งด้านลบ ซึ่งในบางครั้งคนประเทศไทยอย่างพวกเราบางครั้งอาจจะรู้จักดีจนถึงละเลยไป หน้าที่แอบแฝงของภาพยนตร์หัวข้อนี้ก็เลยเป็นการช่วยเหลือสิ่งที่พวกเราควรจะรักษาให้ดำรงอยู่ รวมทั้งในลักษณะเดียวกันภาพยนตร์ก็ได้กระตุ้นให้พวกเราได้ตระหนักถึงสิ่งที่ควรจะปรับปรุงหรือแก้ไข ดังเช่น สถานเริงรมย์ต่างๆตลอดจนความเลื่อมใสที่โง่เขลาอย่างไม่มีที่ไปที่มา

ตัวอย่างหนัง The Beguiled

The Beguiled อุบายลวง รักใคร่ มุ่งหมาย เกี่ยวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นในโรงเรียนกินนอนหญิงล้วนทางภาคใต้ของประเทศสหรัฐอเมริกา ตอนสงครามกลางเมืองระหว่างข้างเหนือกับข้างใต้ กรุ๊ปเด็กหญิงช่วยรวมทั้งนำทหารข้างศัตรูที่เจ็บเข้ามาอยู่ในสถานที่เรียน ในช่วงเวลาที่พวกคุณให้ที่พักอิงรวมทั้งรักษาอาการเจ็บอยู่นั้น สถานที่ที่นี้ก็ถูกครอบครองด้วยความเคร่งเครียดเรื่องรักๆใคร่ๆและก็การแก่งแย่งชิงดีที่เป็นภัย แล้วก็ข้อบังคับก็ถูกฝ่าฝืนเมื่อมีการกลับจากเรื่องราวไม่คาดคิค
จะต้องยอบรับว่าความสามารถการดูแลของ Sofia Coppola ทำให้ไม่ผิดหวังจริงๆจะต้องยกย่องว่าทำออกมาเจริญด้วย อีกทั้งในด้านของเรื่องราว บรรยากาศที่ค่อนข้างจะสร้างแรงกดดันให้แก่ผู้ชมรวมทั้งฉากที่มองเห็นในเรื่องก็มีความสวยงาม เย้ายวน แสงสว่างแล้วก็สี รวมถึงเครื่องนุ่งห่มของผู้แสดงล้วนแล้วแต่ประจวบเหมาะ มองรวมแล้วจะเรียกว่าถูกหลักส่วนประกอบภาพก็ไม่ผิด แล้วยิ่งได้ความสามารถการแสดงของ Nicole Kidman, Kirsten Dunst แล้วก็ Elle Fanning ที่แสดงบทบาทเพศหญิงที่มีความต่างกันในแต่ละตอนวัยก็ยิ่งสร้างพลังให้เรื่องราวมีความสมบูรณ์อย่างมากเมื่อมองเห็นการแสดงของผู้หญิงที่ว่าขาดลอยแล้ว ยิ่งพบเสน่ห์อันร้ายมากของ Colin Farrell เข้าไปอีก มั่นใจว่าไม่ใช่เฉพาะผู้หญิงที่จำเป็นต้องละลาย แต่งานนี้ชายหนุ่มก็อาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีสับสนกันบ้าง บางทีอาจด้วยเหตุว่าความเป็นผู้ชายที่อยู่ท่ามกลางผู้หญิงก็เลยทำให้ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนถึงได้ฟุ้งกระจายมากมายขนาดนี้

ด้วยเรื่องราวในรูปภาพยนตร์มั่นใจว่าจะต้องมีคนมีความคิดว่าเนื้อหาสาระเกี่ยวกับเฟไม่นิสต์แน่ๆเนื่องจากว่าผู้กำกับก็เป็นเพศหญิง ดาราในเรื่องก็ล้วนแต่มีเพศหญิง แล้วเพราะเหตุใดจะไม่ใช่เรื่องเฟไม่นิสต์? โน่นก็เลยทำให้บางบุคคลบางทีก็อาจจะกระดากจิตใจว่าจะเกิดเรื่องที่ร้ายแรงไหม ขอบอกเลยเกี่ยวกับแบบอย่างหนังที่ถูกปลดปล่อยออกมาก็เชิญชวนให้หลงผิดไม่น้อย เนื่องจากว่าในหนังจะเห็นภาพข้างชายเป็นผู้ถูกกระทำฝ่ายเดียว ซึ่งโน่นไม่ใช่เรื่องราวที่ขาดความมีเหตุมีผล การที่จะทำสิ่งใดล้วนจะต้องมีเหตุให้ทำเสมอ ส่วนต้นเหตุที่ว่าก็ไม่พ้นเรื่องแรงกดดันที่เกิดขึ้นในเรื่อง โดยบ้านข้างหลังนี้มีผู้อาศัยเป็นอยู่หญิงทั้งสิ้น การที่มีเพศที่ไม่เหมือนกันเข้ามาใหม่ย่อมสร้างบรรยากาศที่แปลกไปรวมทั้งยิ่งมาแบบไม่ดีเหมือนปกติก็ยิ่งทำให้มีแรงกดดันมากขึ้นไปอีก เสมือนน้ำผึ้งหยดเดียว ที่ทำให้เรื่องง่ายๆแปลงเป็นเรื่องสำคัญ

แม้กระนั้น ข้อตำหนิของหนังประเด็นนี้ดูเหมือนจะมีเพียงอย่างเดียวมันก็คือ แบบอย่างหนังที่ปลดปล่อยออกมา มันทำให้ออกจะมุ่งมาดว่าหนังมันจะมีจุดที่พีคกว่านี้ จะเรียกว่าหลอกผู้ชมก็บางทีก็อาจจะไม่ใช่ทั้งผอง ส่วนตัวก็เลยค่อนข้างจะผิดหวัง เนื่องจากจุดไคล์แม็กซ์ในเรื่องมันมองง่ายไป แม้กระนั้นด้วยการแสดงแล้วก็เส้นเรื่องของหนังก็ทำให้พอเพียงจะละเลยหัวข้อนี้ไปได้ นอกจากความสนุกสนานที่ได้รับ มั่นใจว่าคนไม่ใช่น้อยคงจะจำเป็นต้องกลับไปคิดทบทวนแล้วว่าความถูกกับความกรุณาปรานีควรเลือกอย่างใดมากยิ่งกว่ากัน

ตัวอย่างหนัง Killing Ground

Killing Ground ดินแดนต่ำช้า เกี่ยวกับเรื่องราวของแฟนที่ตกลงใจไปพักด้วยการไปตั้งแคมป์กึ่งกลางป่า พวกเขาพบว่ามีเต็นท์ได้กางไว้แม้กระนั้นไม่มีคนอาศัยอยู่ ทั้งสองมีความคิดว่าไม่นานผู้ครอบครองเต็นท์นั้นต้องกลับมา พวกเขาก็เลยตั้งเต็นท์อาศัยอยู่ใกล้ๆกัน เวลาผ่านไปแล้ว คืน ยังไม่มีผู้ใดกลับมาที่เต็นท์อันว่าไม่นี้ ทั้งคู่ก็เลยเริ่มรู้สึกถึงความผิดแปลกอะไรบางอย่าง แม้กระนั้นมันบางครั้งก็อาจจะสายเกินความจำเป็นแล้ว

ด้วยเรื่องราวอันแสนระทึกที่เกิดขึ้นในรูปภาพยนตร์นั้น ผู้คนจำนวนมากบางครั้งอาจจะมีความเห็นว่ามีโครงเรื่องแนวนี้มาบ้าง แต่ว่ายังไม่เท่าไรนัก ก็เลยค่อนข้างจะเป็นการเปิดประสบการณ์ความระทึกแบบใหม่อย่างยิ่งจริงๆ แม้ได้ดูแบบอย่างภาพยนตร์แล้วจะมีความเห็นว่าตัวหนังต้องการจะสื่อให้มองเห็นความเงียบวังเวงเป็นหลัก อีกทั้งบรรยากาศในรถยนต์ ในป่า ในเต็นท์ ล้วนแต่เชิญชวนให้หัวใจคิดระแวงรวมทั้งรู้สึกไม่ปลอดภัย มีเพียงแค่สัตว์ยามค่ำคืน สายลมเรื่อยๆ ใบไม้ไหว ไม่มีผู้คน ทำให้ผู้ชมได้สัมผัสแรงกดดัน ความสงบเงียบที่อยู่ในเรื่องก็เลยเปรียบได้กับคลื่นใต้น้ำที่คอยวันปะทุขึ้นมา ไม่อาจจะเดาได้

ด้วยเหตุว่าฉาก บรรยากาศที่มองเห็นในเรื่องมีแค่เพียงป่า เรียกว่าคืบก็ป่า ศอกก็ป่า มันก็เลยสร้างความเหมือนจริงได้มากขึ้น ผู้แสดงไม่สามารถหนีจากเหตุการณ์อันไม่ดีด้วยข้อกำหนดหลายอย่างในจุดนี้เอง ทำให้ผู้ชมรู้สึกเคร่งเคลียดไปกับผู้แสดงที่จนตรอก ไม่มีทางออก รวมทั้งจำเป็นต้องเอาใจช่วยไปกับการจัดการปัญหาเพื่อเอาชีวิตรอด เรียกว่าลุ้นจนกระทั่งเกร็งอย่างยิ่งจริงๆ ทั้งจะต้องรอสงสัยว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นบ้าง แม้ว่าจะคาดการณ์ได้ แม้กระนั้นก็ทำเอาอกสั่นขวัญแขวน นั่งแทบจะไม่ติดเก้าอี้

สิ่งหนึ่งที่หนังสื่อออกมาได้อย่างแจ่มแจ้งเป็นรากฐานของความเป็นคน ไม่ว่าจะเป็นด้านร่างกายหรือจิตใจ ความชั่วร้าย ดิบหยาบคายที่เกิดขึ้นนั้นมิได้เกิดขึ้นได้เพราะมีสาเหตุเนื่องมาจากธรรมชาติ แม้แม้กระนั้นขึ้นกับเหตุการณ์และก็เวลา ซึ่งเป็นเครื่องทดลองจิตใจชั้นเลิศและก็ได้ปลุกสัญชาตญาณการเอาชีวิตรอด ก็เลยทำให้มองเห็นถึงแก่นแท้ของความเป็นคนว่าถ้าเกิดว่าไม่มีสิ่งกระตุ้นมากมายระตุ้นก็จะมองไม่เห็นสิ่งที่อยู่ลึกด้านในจิตใจ อาทิเช่นคู่ชีวิตในเรื่อง

แต่ ในหนังก็ยังมีจุดที่ขัดใจบ้าง แม้กระนั้นก็มิได้ทำให้เสียอรรถรสสำหรับในการดู ด้วยการเล่าเรื่องตัดสลับสมัยก่อนกับตอนนี้อาจจะก่อให้มึนงงในตอนเริ่ม แม้กระนั้นพอใช้ได้ไล่เรียงดูแล้วก็สามารถรู้เรื่องได้อย่างง่ายๆ เหนือสิ่งอื่นใดจะมีความเห็นว่ารากฐานของคนเราและก็สัตว์นั้นมีความคล้ายกันขาดเพียงแค่ช่องทางสำหรับเพื่อการอบรมเพียงแค่นั้น ไม่แน่บางทีสัตว์ยังมีความปรานีต่อสิ่งมีชีวิตมากยิ่งกว่ามนุษย์ร่วมกันเองเสียด้วยซ้ำ

ตัวอย่างหนัง Now You See Me

เรื่องย่อ

ก็ยาวนานมากแล้ว ที่พวกเรามิได้มองเห็นสิ่งที่เรียกว่า กล มาโลกแล่นบนหนัง ภายหลังจากมี The Illusionist แล้วก็ The Prestige ที่เป็นหนังกลรุ่นพี่รอให้คำชี้แนะ แนวทาง เกี่ยวกับหนังแนวนี้อยู่แต่ว่าก็ดูราวกับว่าข้อกำหนดของสิ่งโน่นจะหมดลง เมื่อ Now You See Me ได้ก้าวเข้ามา กับพล็อตหนังที่นำเอา กล มาควบกันการ ลัก พร้อมสิ่งจูงใจอะไรบางอย่างของผู้แสดง ที่ทำให้มีการเกิดการไล่ล่า แนว แมวจับหนู ได้เกิดขึ้น

Now You See Me เกิดเรื่องราวของกลุ่มนักกล ที่ไม่เฉพาะแต่ทำให้ผู้ชมอัศจรรย์ใจกับมายากลต่างๆพวกเขายังสร้างชื่อจากการปล้นแบงค์ไปขณะที่ทำการแสดงทุกหน ทำให้กลุ่มข้าราชการเอฟบีไอจำเป็นต้องมานะทาทุกๆอย่าง เพื่อจะจับกุมพวกเขาให้ได้แบบคาหนังคาเขา แบบจำพวกที่เรียกว่ามีความ ชั่วร้าย มัน รวมทั้ง ฮา ในที่เดียว

โดยหนังได้ผลสำเร็จหน้าที่การงานควบคุมของ ฝ่าส์ เลแตร์ริเย่ร์ จาก Clash of the Titans รวมทั้ง The Incredible Hulk ที่หันมาทำหนังแนวจารกรรมราวๆ Ocean กับเขาบ้าง แม้กระนั้นใช้กล เข้ามาเป็นของเสริมกองทัพความน่าดึงดูดใจไปอีกขั้น โดยโชว์ทั้งสิ้นในหนังกว่า 80% โน่นเป็นการแสดงกลของแท้ โดยไม่ใช้ CG เข้ามาช่วย ซึ่งกล่าวได้ว่างานนี้ผู้แสดงชูกลุ่มก็ได้ทำความเข้าใจแนวทางเล่นกลกันไปมากมายจริงๆซึ่งในตอนแรกที่มองเห็นแบบอย่างโน่นก็จำต้องสารภาพเลยว่าหนังสามารถดึงดูดใจผู้ชมได้มากทีเดียว กับการเล่นเรื่อง กล แล้วก็ ขโมย ซึ่งเมื่อได้ไปรับดูมาที่จริงแล้ว ก็มิได้เชิงว่า ผิดหวัง เพียงแต่ว่าหนังโน่นก็มิได้ทำให้พวกเราบอกได้เต็มปากว่าสนุกสนานอย่างเกินที่คาดหวัง ได้สักเท่าไหร่นัก

เพราะว่าส่วนนึงจริงๆของ Now You See Me ซึ่งสามารถทำให้ผู้ชมสนุกสนาน รวมทั้ง ลุ้นติดตามไปกับภารกิจของเหล่า นักกลได้อย่างดีเยี่ยม อาจจะหนีไม่พ้นการที่ตัวบทของหนังโน่นสามารถวางให้ลูกเล่น แล้วก็ วางจังหวะ โชว์ความฉลาด และก็ เฉียบแหลม ของตัวเอง ได้อย่างเหมาะสมถูกเวลาประสมประสานไปกับการแสดงโชว์ กล ที่ทำให้ผู้ชมรู้สึกคลั่งไคล้ไปกับแสงสี เหมือนกับเหล่าผู้แสดงหลายตัวในเรื่อง จนกระทั่งอาจจะถูกหลอก บางครั้งก็อาจจะถูกต้ม แต่ว่าผู้กำกับก็ล้วนแล้วแต่บ่งบอกถึงถึง เหตุรวมทั้งผล ที่ตามมา จนถึงผู้ชมโน่นยินยอมให้โดนต้มจนถึงเปื่อยยุ่ยนับครั้งไม่ถ้วน เพื่อได้รับความเพลิดเพลินของมัน โดยบางทีอาจจะบอกไม่เต็มปากว่าโดยรวมแล้วมันเป็นหนังปล้น ที่มองฉลาดที่สุด แม้กระนั้นถ้าหากเอ่ยถึงความนึกคิดสร้างสรร์โน่นจะต้องขอชูให้หัวข้อนี้จริง ที่ทั้งปวงล้วนแล้วแต่เป็นวัตถุดิบที่ทำให้ Now You See Me เป็นหนังที่มองสนุกสนานลำดับหนึ่งของผู้กำกับการฝ่าส์ เลแตร์ริเย่ร์ เลยก็ว่าได้

ซึ่งทางด้านผู้แสดง ที่เล่นเอาระดับแถวหน้า ออสการ์ มาแข่งขันกัน ถือได้ว่าสิ่งที่เก๋า รวมทั้ง น่าชื่นชมผู้กำกับการอย่างใหญ่โต ซึ่งสามารถควบคุมผู้แสดงไล่ตั้งแต่ มอร์แกน ฟรีแมน ไปกระทั่งถึงจนกระทั่งเจซี่ ไอเซนเบิร์ก ได้อย่างอยู่มือ ด้วยบทหนังซึ่งสามารถขจัดขจาย ให้น้ำหนักตัวละครเท่าๆกัน จนถึงเปรียบได้กับการเลือกบอลที่อยู่ในแก้วที่สลับไปๆมาๆ จนกระทั่งจับมิได้ ไล่ผิด ว่าในตอนแรกโน่นตัวหนังต้องการจะมาไม้ไหนกันแน่

แม้กระนั้นก็โชคร้ายที่ข้อบกพร่องสำคัญๆของหนัง ที่มันไม่น่าจะพลาดได้เลยจริงๆเนื่องจากมิฉะนั้นมันอาจเป็นหนังอีกหัวข้ออาจถูกขึ้นหิ้งในระดับเดียวกับเหล่าหนังขโมย สอบสวน หักมุม ทั้งหลายแหล่ไปแล้ว โดยข้อผิดพลาดที่ว่าโน่นก็มิได้อยู่ไหนไกล ก็แค่เป็นในตอนสุดท้ายของตัวหนังนั่นเอง ที่ดูเหมือนเป็นการหาทางออกที่ง่าย และก็ ฆ่าตัวตาย ไปนิดหน่อย จนกระทั่งทำให้ตัวหนังมองขาดเหตุรวมทั้งผลในแรงบันดาลใจของความประพฤติเสียมากเกินความจำเป็น ถึงมันจะมีผลให้คนอีกจำนวนไม่น้อยจำต้อง ช็อค เซอร์ไพรส์ หรือใดๆหน แถมเมื่อลองดูใกล้จากที่หนังบอก ภายหลังจากเฉยเมยเปิดเผยเงื่อนทุกสิ่งทุกอย่างแล้ว ตัวหนังมันก็ยังเต็มไปด้วยเชือกเงื่อน กลยุทธ์ ที่ยังผูกไม่แน่น และไม่หนักแน่นเพียงพอ จนกระทั่งทำให้พวกเราคิดว่าบางเวลาการโดนหลอกถัดไป บางทีอาจจะเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยม ที่หนังควรทำก็เป็นไปได้

ด้วยเหตุดังกล่าวโดยรวมแล้วผมมีความคิดว่า ถ้าหากว่าไม่นับตอนสุดท้ายที่นับได้ว่าเป็นสิ่งที่ฆ่าหนังโน่น Now You See Me ก็ถือได้ว่าเป็นการปล้น ผสม กล ที่มีลูกเล่นออกมาได้เยี่ยมที่สุด จนถึงราวกับพวกเราอยู่ส่วนนึงของโชว์กล จากผู้แสดงนำ แถมยังเต็มอกเต็มใจให้พวกเขาหลอกด้วยภาพลวง ก่อนที่จะเผยมายากลจริงออกมา ซึ่งถือได้ว่าอีกประสบการณ์หนังที่ไม่สมควรพลาด รวมทั้งละลานตาไปกับมันอย่างเต็มเปี่ยม

ตัวอย่างหนัง The Hitman’s Bodyguard

The Hitman’s Bodyguard แสบ ซ่าส์ แบบว่าบอดี้การ์ด เกี่ยวกับเรื่องราวของบอดีการ์ดมือฉกาจฉกรรจ์ของโลก ไมเคิล ไบรซ์ รับบทบาทโดย ไรอัน เรย์โนลด์ส (Ryan Reynolds) ได้รับมอบหมายให้ปกป้องและก็นำตัวมือสังหารอันดับต้นๆของโลก ที่มานะฆ่าเขามาแล้วนับครั้งไม่ถ้วนนาม ดาเรียส คินเคด รับบทบาทโดย แซมมูเอล แอลแจ็กสัน (Samuel L. Jackson) ไปส่งที่ศาลในประเทศเนเธอร์แลนด์ในฐานะผู้เห็นเหตุการณ์ พวกเขามีเวลาแค่ 1 วันสำหรับในการเดินทางฝ่าป่าดงลูกปืนจากมือสังหารที่ถูกส่งมาจากเจ้าพ่อผู้กระทำผิดกฎหมายอย่าง ลาดิสลาฟ มองวัววิช สวมบทโดยมึงรี โอลด์แมน (Gary Oldman) เพื่อไปที่ศาลให้ทันการ
แน่ๆว่าหลายท่านก็ตั้งตารอไม่น้อยเพื่อจะรับดูการแสดงของซุปตาร์ทั้งคู่ ก็เรียกว่าไม่ทำให้ผิดหวังเลยอาจเกิดขึ้นเนื่องจากเนื้อแท้ของทั้งสองหรือไม่ก็ด้วยการแสดงที่ตีบทแตก ทำให้เกิดความรู้สึกสนุกสนานแล้วก็สุขสบายไปกับการดูภาพยนตร์ประเด็นนี้เป็นอย่างยิ่ง Ryan Reynolds ก็แสดงบทบาทการเป็นบอดี้การ์ดที่ตั้งมั่นเฉพาะหน้าที่ได้ดิบได้ดี แล้วยิ่งได้ Samuel L. Jackson มาแจมในบทคู่แข่งขันก็ยิ่งทำให้มีความสมน้ำสมเนื้อ ชิงไหวชิงพริบกันตลอด ถ้าเกิดเป็นการชกมวยก็เป็นมวยที่ถูกคู่คำพูดตลกก็ยิงใส่กันไม่ยั้ง บางฉากนี่ถึงกับหยุดหัวเราะมิได้ เพียงแค่ผู้แสดงมองหน้ากันเฉยๆก็ยังขำไม่หยุด

นอกเหนือจากการที่จะได้เรื่องสำราญใจจากการต่อปากหลากคำของทั้งสองแล้ว ฉากแอคชั่นก็มันระเบิดไม่น้อย ราวกับหนังระเบิดเทือกเขาเผากระต๊อบของอาหลองก็ไม่ปาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งฉากการไล่ล่าตัวนำในเรื่องยิ่งมองก็ยิ่งทำให้ลุ้นตามตาเกือบจะไม่กะพริบ ซึ่งถ้าเกิดได้ดูตัวอย่างภาพยนตร์ก็จะมีความคิดเห็นว่าเค้าเรื่องสามารถทายใจได้ง่าย เว้นเสียแต่ความเบิกบานใจและก็เกือบจะหาสาระได้ไม่มากเท่าไรนัก เรียกว่ามองเอาความสนุกสนานล้วนยืนยันว่าหายเครียดแน่ๆ

แม้กระนั้น หากแม้พวกเราจะกล่าวว่าหนังมันจะสนุกสนาน ทำให้เป็นสุขเยอะแค่ไหน แม้กระนั้นก็ยังมีข้อเสียอยู่บ้าง ซึ่งคือเรื่องของการใส่ชีวิตรักของตัวเอกทั้งสองเข้ามา มันก็เลยทำให้มองกินเวลาไปๆมาๆก แต่ว่าก็ไม่สามารถที่จะปฏิเสธได้ว่ามันเป็นอีกหนึ่งรสที่ทำให้หนังกลมกล่อมละมุนละไม มีความเรียลมากขึ้นเรื่อยๆ สำหรับผู้ดูแลที่จะพาลูกหลานไปดูภาพยนตร์หัวข้อนี้ ถ้าเกิดไม่ซีเรียสก็ปล่อยไปสบายแต่ว่าทางที่ดีควรจะให้เสนอแนะแก่ลูกหลานของท่าน เพราะเหตุว่าจำต้องบอกก่อนว่ามีการพ่นคำสบถกันเรื่อง มากกว่าหนังเรื่องอื่นเลยก็ว่าได้ แล้วก็ในที่สุดขอเตือนว่าอย่าพึ่งจะลุกไปไหน!ด้วยเหตุว่าหนังมีเอนด์เครดิตด้วย

ตัวอย่างหนัง Hummingbird

เรื่องย่อ

Hummingbird นับว่าเป็นงานที่ต่างออกไปของ เจสัน สเตแธม มันเป็นงานที่เรียกใช้ความสามารถทางการแสดงทางอารมณ์แล้วก็สีหน้าท่าทางมากยิ่งกว่าท่าทางต่อยเตะแบบธรรมดาในหนังของเขาทำให้พวกเราทราบว่า เจสัน ไม่ใช่ดาราหนังที่ขายแม้กระนั้นความสามารถทางด้านแอ็คชั่นเพียงอย่างเดียว แม้กระนั้นยังสามารถแสดงอารมณ์ความรู้สึกออกมาได้ในระดับที่น่าพึงพอใจอย่างยิ่งจริงๆ

แต่ Hummingbird ก็ไม่ใช่งานที่ขายความเบิกบานใจอะไร ซึ่งอาจจะเป็นผลให้ผู้ใดกันความคาดหวังจะมาดูฉากแอ็คชั่นแบบรุนแรงตามสไตล์ดารานำชายหัวผม น้อยแล้วละก็ บางครั้งก็อาจจะจะต้องผิดหวังกับหนังประเด็นนี้

Hummingbird ได้ผลงานควบคุมของ ตีเว่น ไนท์ สมัยก่อนผู้เขียนบทหนังอย่าง Dirty Pretty Things แล้วก็ Eastern Promises ที่ผันตนเองมากำกับหนังเป็นครั้งแรก หนังเล่าราวของ โจอี้ โจนส์ (เจสัน สเตแธม) สมัยก่อนทหารหน่วยรบพิเศษประจำอัฟกานิสถาน ที่หนีศาลทหารกลับมาที่อังกฤษแล้วก็หวังจะเริ่มชีวิตใหม่อีกที เพียงแต่ว่าเขายังมีเรื่องมีราวราวความแค้นที่จำต้องสะสางให้เสร็จซะก่อน และก็โน่นทำให้เขาได้เจอกับ คริสตำหนิน่า (อากาต้า บูเซ็ก) แม่ชีที่ดูแลสถานสงเคราะห์ จนกระทั่งกำเนิดเป็นความสมาคมที่ผิดแผกระหว่างทั้งคู่

การลำดับที่สองผู้แสดงหลักมีสถานะที่แตกต่าง คนหนึ่งเป็นคนหนีทหารมือเลอะเทอะเลือด กับอีกคนเป็นคนรับใช้ศาสนา ให้โอกาสให้หนังได้เล่นกับการถามในเรื่องของความดีงามชั่วช้าสารเลวแล้วก็คุณธรรม แต่หนังก็นำหัวข้อนี้มาเล่นเพียงแต่ผิวเผินแค่นั้น

เนื่องจากหนังเลือกที่จะจับเรื่องหัวข้อที่ง่ายดายกว่าอย่าง ?ความรักโดยใช้ไม่เหมือนกันของคนทั้งคู่มานำเสนอได้น่าดึงดูดพอเหมาะพอควร กับโจอี้ โจนส์ ที่เป็นตัวละครสีเทาที่ชี้ให้เห็นทั้่งด้านดีแล้วก็ด้านเลวทราม เวลาที่แม่ชีคริสว่ากล่าวน่า ก็มีความอัดอั้นตันใจบางสิ่งในตัวอันเหตุเพราะการเข้ามาสู่ศาสนาด้วยเหตุผลทาง ข้อบังคับไม่ใช่จากเลื่อมใส ทั้งคู่ไม่ส่วนเติมเต็มของกันและกัน ที่ทำให้ความเกี่ยวเนื่องแปลกนี้น่าเอาใจช่วย เนื่องจากราวกับเป็นการปล่อยผู้แสดงให้ไม่มีอะไรค้างในใจ จนถึงเอามาข้อสรุปช่วงท้ายในแนวทางที่นับว่าจบเจริญทั้งสองฝ่าย

ฉากแอ็คชั่นในประเด็นนี้ มีเพียงแต่ให้มองเห็นท่าทางที่แสนอันตรายของโจอี้ โจนส์ แค่นั้น มิได้อยากใส่มาเพื่อตอบสนองผู้ชมอะไร แต่ว่าเนื่องจากว่าความแข็งแกร่งของโจนส์ทำให้การแก้เงื่อนของเขาไม่มีอะไรให้ลุ้นให้ตื่นเต้น

ยิ่งไปกว่านี้หนังยังมีข้อความสำคัญของ เรื่องของความดีความชอบและก็ความชั่วช้าสารเลว หากแม้เครื่องวัดทางศาสนาจะเห็นว่าการฆ่าเป็นบาป แต่ว่าบางโอกาสพวกเราก็ไม่บางทีอาจกล่าวร้ายได้ว่ามันเป็นเจตนาของการตัดสินใจ ถ้าหากพวกเราได้รับทราบเรื่องราวเบื้องหน้าเบื้องหลังอย่างกรณีของคริสติเตียนน่า รวมถึงการล้างแค้นของโจนส์ ที่มองดูเป็นสีเทาบางครั้งพวกเราบางทีอาจเห็นอกเห็นใจแล้วก็บางทีอาจเกื้อหนุนสิ่งที่พวกเขาทำ ถึงกระนั้นหนังก็มิได้กล่าวว่า

สิ่งที่ผู้แสดงในเรื่องทำเป็นสิ่งที่ถูก แม้กระนั้นหนังตั้งปัญหาเพื่อผู้ชมเป็นผู้ตอบว่า ความดีเลิศต่ำทรามในแบบของคุณเป็นอย่างไร??? หากแม้ในรูปภาพรวมหนังจะเล่าแบบลอยล่องไปนิด แม้กระนั้นมันก็เป็นหนังที่ทำให้พวกเราได้มองเห็นอีกมุมมองหนึ่งทางการแสดงของดาราที่ ชื่อ เจสัน สเตแธม รวมทั้งถึงจะเป็นการควบคุมเรื่องแรกของ ตีเว่น ไนท์ ในมุมมองผมจัดว่าสอบได้ เนื่องจากว่านับว่าเป็นผู้กำกับที่เลือกจะเล่าหัวข้อยากไม่ค่อยมีผู้ใดกันแน่เขาทำกัน ซึ่งน่าติดตามในผลงานชิ้นถัดไปว่าจะดียิ่งขึ้นหรือเปล่า!

อนึ่งชื่อหนัง Hummingbird ที่ในเรื่องเป็น ชื่อเรียกชื่อของเรือบินสืบแบบไม่มีผู้ขับที่ใช้ในประเทศอัฟกานิสถานที่ ผู้แสดงนำชายของเรื่องไปทำหน้าที่ ซึ่งที่จริงก็มิได้เกี่ยวเนื่องกับประเด็นนี้เท่าไรนักนอกเหนือจากฉากหลอนของโจน ส์ในช่วงต้นเรื่อง ที่ถ้าคนใดกันจะแปลความก็ดูเหมือนจะไม่สำคัญแล้วก็เสียเวลาเปล่า หนังควรที่จะใช้ชื่อ Redemption (การไถ่คืนถอน การชดเชย การชำระล้างที่ใช้โฆษณาที่อเมริกาจะมองแจ่มแจ้งกับแนวทางของหนังมากยิ่งกว่าน่ะ!

ตัวอย่างหนัง The Silent War

เรื่องย่อ

ตั้งแต่ภาพยนตร์ประเทศฮ่องกงถูกปฏิรูป (ข้อใช้คำนี้คงจะไม่เกินเลยจากภาพยนตร์ Infernal Affairs เมื่อปี 2002 ภาพยนตร์ก็ถูกใช้เป็นต้นแบบอ้างอิงกับภาพยนตร์อีกหลายเรื่องต่อจากนั้นแล้วก็ทำให้ผู้ที่มีการเกี่ยวข้องกับภาพยนตร์หัวข้อนี้เลื่องลือแล้วก็งานถูกกันทุกคน อลัน มัค นักเขียนบทแล้วก็ผู้กำกับร่วมกับ แอนดรูว์ เลา ก็เลยเป็นด้ามจับตามงมากขึ้น และก็กับผลงานปัจจุบันของเขาThe Silent War เขาก็ยังคงปฏิบัติภารกิจเขียนบทรวมทั้งดูแลร่วมด้วย เฟลิค ควร ผู้เขียนบทร่วมจาก Infernal Affairs

The Silent War หนังปรับเปลี่ยนมาจาก Ting Feng Zhe (นักฟังเสียงสายลมซึ่งเป็นตอนหนึ่งในนิยายโจรกรรม Plot Against ของ ม่าเจีย ที่พิมพ์เมื่อปี 2005 และก็เป็นที่นิยมเป็นอย่างมากในกลุ่มนักอ่าน เล่าราวของ เหอปิง (เหลียงเฉาเว่ย) ช่างตั้งสายเปียโนตาบอดที่มีความถนัดการฟังเสียงเยี่ยม กระทั่งถูก ฉางสวี่หนิง (โจว ซุนสายหญิงผู้กล้าหาญจากหน่วย 701 ดึงตัวมาร่วมงานเพื่อช่วยแอบฟังคู่อริที่ใช้รหัสมอสำหรับเพื่อการติดต่อติดต่อ ในตอนการสู้รบการบ้านการเมืองของจีนเมื่อปี1950 จนกระทั่งเอามาสู่ความเกี่ยวข้องพิเศษระหว่างเขารวมทั้งคุณ

หากแม้เรื่องย่อแล้วก็หน้าหนังจะดูราวกับว่าหนังแนวสายเชิงสอบปากคำ แม้กระนั้นเอาเข้าจริง นี่เป็นหนังรักที่มีหน้าข้างหลังเป็นความวุ่นวายของประเทศระหว่างรัฐบาลกับ ข้างขบถ รวมทั้งการที่หนังเล่นหัวข้อการไต่สวนด้วยการแอบฟังรหัสมอเพื่อถอดใจความข่าวสาร การเคลื่อนไหวของคู่อริ ทำให้The Silent War จัดเป็นหนังท่ายาก เพราะเหตุว่าไม่ใช่ง่ายเลยสำหรับในการเสนอเรื่องราวสายในตอนสงครมการบ้านการเมืองที่ ไม่มีฉากยิง ฉากการรบ มีก็แค่การฟังเสียงและก็เคาะรหัสเป็นเนื้อความออกมา

แม้กระนั้นน่าประหลาดใจว่า The Silent War กลายเป็นหนังที่เชิญติดตามแล้วก็มองสนุกสนานพอควร แม้ว่าจะเกิดเรื่องเกี่ยวกับการถอดรหัสที่ผู้ชมทั่วๆไปน้อยนักที่จะรู้เรื่อง กรรมวิธีการของมัน แต่ว่าหนังก็เล่ากระบวนการในแบบอย่างกล้วยๆให้ผู้ชมพอเพียงรู้เรื่องรวมทั้งติดตามเรื่องราวไปได้ประกอบกับมีเรื่องมีราวราวนอกเหนือจากการถอดรหัส ก็คือการปฏิบัติการสอบปากคำตามแบบฉบับของหนังสายจริง ที่เมื่อเอามารวมกับการถอดรหัส ทำให้มองเห็นถึงจุดสำคัญของการถอดรหัสว่าเอาจริงเอาจังแล้วก็เต็มไปด้วยความเป็นความตาย ขนาดไหน

หนังมีการดีไซน์งานสร้างที่เหมือนจริง ยิ่งใหญ่ ฉากแล้วก็รูปร่างหน้าตาสไตล์การแต่งตัว ที่ชี้ให้เห็นถึงความละเอียดลออของผู้ผลิตรวมทั้งคณะทำงานผู้ออกแบบ ยิ่งกว่านั้นยังได้เรื่องถ่ายรูปอันเยี่ยมที่ช่วยเสริมให้หนังประเด็นนี้ เป็นหนังที่มีความประณีตและวิจิตรบรรจงสวยงามเรื่องหนึ่งในรูปภาพยนตร์ประเทศฮ่องกงสมัยข้างหลังอย่างยิ่งจริงๆ

อย่างที่รายงานในตอนแรกว่า The Silent War เป็นหนังท่ายาก เพราะว่าการนำเสนอการแอบฟังถอดรหัสนั้น นับว่าเป็นหัวใจหลักของหนังหัวข้อนี้ ถ้าหากพรีเซนเทชั่นออกมาได้ไม่ดีพอเพียง ก็จะก่อให้ภาพรวมของหนังเสียหายกระทั่งเปลี่ยนเป็นหนังที่เล่าได้ห่วยไปท้ายที่สุด แม้กระนั้น อลัน มัค แล้วก็เฟลิค ชอง ก็เก่งกล้าสำหรับการดัดแปลงแก้ไขนิยายให้ออกมาเป็นภาพของการไขรหัสมอได้อย่างน่าพึงพอใจ แล้วก็เชิญชวนว่ากล่าวตดาม หากแม้ผู้แสดง เหอปิง จะเป็นคนตาบอด แต่ว่ามิได้แสดงว่าจินตนาการของเขาสำหรับในการสร้างภาพในหัวจะหายไป การนำเสนอแบบให้มองเห็นถึงภาพลักษณ์ในหัวของเหอปิง ว่ารหัสมอที่ส่งมีเนื้อความอะไร น้ำหนักสำหรับการส่งรหัสคืออะไร จนกระทั่งมาสู่การประมาณสัณฐานรวมทั้งนิสัยของบุคคลที่ส่งข้อความ นับเป็นสิ่งที่นับว่าหนังตีปัญหาในส่วนนี้ได้แตก และไม่ทำให้การตำหนิตามการถอดรหัสนั้นน่ารำคาญ (ซึ่งส่วนนี้จำต้องชูคุณงามความดีให้กับ ม่าเจีย สำหรับในการนิพนธ์นิยายที่เต็มไปด้วยเนื้อหาให้สนุกสนาน)

ซึ่งการถ่ายทอดเสียงในเรื่องก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ทำออกมาเจริญ การผลิตความไม่เหมือนของเสียของการส่งรหัส ไม่ใช่สิ่งที่จะสื่อให้ผู้ชมทั่วๆไปที่มิได้มีหูหรือการฟังขั้นเทวดาให้รู้เรื่อง ได้อย่างง่ายดายแต่ว่าหนังก็พรีเซนเทชั่นออกมาได้เด่นชัดรวมทั้งการที่หนังได้รางวัลบันทึกเสียงเยี่ยมยอดจากเวทีAsia-Pacific Film Festival ก็เป็นเครื่องยืนยันถึงความยอดเยี่ยมนี้ โดยคนบันทึกเสียงนั้นเป็นชาวไทย คน ก็คือ ตรีเทวดา สกุลไพบูลย์ รวมทั้ง ณพวัฒน์ ลิขิตตระกูล ซึ่งน่าดีใจไม่น้อยเลยกับการบรรลุผลของภาพยนตร์ระดับทวีปเอเชียที่มีคนประเทศไทยเข้าไปเป็นส่วนร่วม

ถึงแม้การบันทึกเสียงจะทำเป็นดี แม้กระนั้นการนำเสนอเรื่องราวในบางช่วงบางตอนยังมีความไม่สม่ำเสมอ ซึ่งมักเป็นซีนสำคัญที่เกี่ยวพันกับเหอปิงดารานำชายของเรื่องทั้งหมด ที่ชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมโยงของนักแสดงที่เสนอแบบรวบรัดไปนิด ซึ่งบางฉากแม้ขยี้มากยิ่งกว่านี้จะก่อให้เรื่องมองหนักแน่นแล้วก็ทำให้รู้เรื่องความ รู้สึกของผู้แสดงเยอะขึ้น อย่างเช่น ความเชื่อมโยงของเหอปิงและก็ฉางสวี่หนิงที่ดูเหมือนจะรีบให้มีเรื่องมีราวความรักเข้ามา เร็วไปนิด แม้ว่าจะปูใจความสำคัญมาก่อน แม้กระนั้นก็เป็นในส่วนของเรื่องงานเสียมากกว่า ยังมีความเชื่อมโยงระหว่างเหอปิงกับหญิงสาวในหน่วยคนหนึ่งที่สุดด้านหลังได้เป็น เมียของเขาก็ดูเหมือนจะรีบร้อนไปนิด แม้ว่าจะรู้ดีว่าเพราะอะไรทั้งสองถึงรู้สึกชื่นชอบกัน รวมทั้งยังมีฉากที่เหอปิงเกลียดชังตนเองที่ไม่อาจจะสืบหาคลื่นส่งรหัสอันนำ มาสู่การตายของคนสำคัญในชีวิตของเขา ที่ทำให้เขาซึ่งได้รับการผ่าตัดจนกระทั่งสามารถมาเห็นได้แล้วกลับทำลายดวงตาของตนเองเพื่อจะได้ดึงความรู้ความเข้าใจที่จริงจริงของตนเองออกมา นี้ นี่เป็นฉากสำคัญที่จะช่วยยกฐานะการแสดงและก็ยกฐานะหนังในรูปภาพรวมได้ แม้กระนั้นก็ถูกเสนอแบบรวดรับจนถึงโชคร้าย!

เหลียงเฉาเว่ย นับว่าเป็นหนังแสดงแถวหน้าของแวดวงภาพยนตร์ทวีปเอเชียในขณะนี้ซึ่งหัวข้อนี้เขาก็ปฏิบัติหน้าที่ได้ดิบได้ดี ในบทของผู้ทุพพลภาพทางสายตา เวลาที่ผู้ที่เหมาะสมที่สุดที่สุดในประเด็นนี้เป็น โจว ซุน ที่บท ฉางสวี่หนิง นับเป็นตัวละครสำคัญที่ทำให้หนังสายประเด็นนี้มีเสน่ห์อย่างแปลก?ซึ่ง โจว ซุน ถ่ายทอดสีหน้าท่าทางแล้วก็แววตาของคนที่จำต้องกล่ำกลืนบางสิ่งบางอย่างไว้ภายในหัวใจได้อย่างยอดเยี่ยม การแสดงของคุณทำพวกเราให้เห็นอกเห็นใจและก็หลงเสน่ห์ผู้แสดงนี้ได้อย่างง่ายๆจนถึงต้องการเอาใช้ช่วยทำให้คุณไม่มีตอนสุดท้ายอย่างที่มองเห็นในหนัง

The Silent War จะต่างจากหนังสายทั่วๆไปออกจะมากมาย ที่มีเสียงการรหัสมอแทนเสียงกระสุนปืน แถมมีการถ่ายรูปที่งาม ความสมจริงสมจังของฉากและก็อาภรณ์ที่สะดุดตาเกินหนังแนวนี้ ที่ภาพรวมของมันจัดเป็นภาพยนตร์จีนเกรดเอที่มิได้มองเห็นมานาน แม้ว่าการเดินเรื่องจะค่อนข้างจะเนิบๆเฉื่อยชาไปบ้าง กระทั่งบางทีอาจบางบุคคลที่ไม่เคยชินกับหนังแนวนี้กำเนิดอาการหาวอยากนอนได้ แต่ว่าแม้ตั้งอกตั้งใจดูรวมทั้งพิจารณาถึงเนื้อนัยที่หนังอุตสาหะถ่ายทอด หน้าที่รับผิดชอบกับความรักมิตรภาพของเพื่อนฝูง และก็การเผยจิตใจของคน (อีกทั้งฝ่ายรัฐบาลแล้วก็ข้างต้านทานนี่ก็นับว่าเป็นหนึ่งในหนังดีที่ไม่สมควรพลาดนะครับ

ตัวอย่างหนัง Man of Steel

เรื่องย่อ

ความเก็บกดของทาง DC ที่ได้มองเห็นหนังซูเปอร์วีรบุรุษของทาง Marvel ประสบผลสำเร็จอย่างสม่ำเสมอไม่ว่าจะออกมากี่ตัว จนถึงไปสู่จุดสุดยอดใน The Avengers ที่ทำเงินกระหน่ำถลายทั้งโลกเวลาที่ DC นั้นมีเพียงแต่ The Dark Knight แค่นั้นที่สอบได้ แล้วก็โน่นทำให้ Man of Steel หนังซูเปอร์แมนแปลความใหม่ บากบั่นจะล้างภาพอันเก่า แก่ที่แสนเชยออกไปให้หมด ท้ายที่สุดเลยแปลงเป็นหนังที่เหมือนเป็นการปลดล่อความคับอกคับใจของทาง DC ทำให้ในหนังเต็มไปด้วยลูกบ้าที่ฉาบหน้าด้วยความใหญ่โตในระดับที่แฟน การ์ตูนและก็แฟนหนังซูเปอร์วีรบุรุษไม่บางทีอาจ เรียกร้องอะไรมากมายไปกว่านี้อีกแล้ว

สิ่งที่เยี่ยมมากมายใน Man of Steel ก็คือ การเริ่มต้นเรื่องราวบนดาวริตันถิ่นฐานบ้านช่องของซูเปอร์แมน เป็นการปูพื้นให้ผู้ชมใหม่ในด้านของความเป็นมา เหตุผลว่าเพราะเหตุใดตัวของซูเปอร์แมนถึงมาอยู่ที่โลกได้ เป็นเริ่มคล้ายกับหนังไซไฟที่ทำให้พวกเราผู้ชมมีความคิดว่าตัวของซูเปอร์แมนนั้นไม่เหมือนกับคนบนโลก การตั้งประเด็นด้านการเมืองบนดาวคลิปตัน ความไม่ลงรอยกันระหว่าง 2อุดมการณ์สำหรับเพื่อการรักษาเชื้อสาย เป็นสิ่งที่ช่วยสร้างความมั่นคงแล้วก็ความน่านับถือให้กับเรื่องราวได้อย่าง ดี!

รวมทั้งการนำเสนอตัวละครค้างล-เอล หรือ ลาร์ก เคนท์ ที่จะต้องพบเจอกับปัญหาการปรับตัวปรับสิ่งแวดล้อม ในอยู่ด้วยความรู้สึกผิดธรรมดาไม่ราวกับคนอื่นๆ แต่ว่าขณะที่งง ความรู้สึกว่าควรจะทำสิ่งที่ถูกก็ยังมีผลให้เขาไม่เปลี่ยนเป็นคนชั่วช้าร้าย การเดินทางค้นหาคำตอบของชีวิตรวมทั้งชาติสกุลของตนเองก็เลยน่าดึงดูด แม้ว่าจะดูราวกับว่าเล่าแบบรวบรัดเหลือเกินแต่ว่าก็ไม่ถึงกับตามเรื่องตามราวไม่ทัน

แล้วก็การนำเสนอเงื่อนชีวิตของค้างล-เอล ทำให้พวกเราได้เจอกับการแสดงที่ยอมยอดเยี่ยมระหว่างบิดาทั้่งสองซึ่ง รัสเซลล์ วัวรว์ รับบทบาทเป็น หน้าจอร์-เอล บิดาผู้เสียสละระบุ กับ เควิน คอเนอร์ในบท โจนาธาน เคนท์ บิดาบนโลก ซึ่งเป็นบิดาผู้มีทัศนคติที่ผิดแผกที่ก็ชี้ให้เห็นถึงความรักอันเปี่ยมล้นรวมทั้งมองเท่มาก

การค้นหาตัวตนของค้างล-เอล นำมาซึ่งการเจอกันของเขารวมทั้งลูอิส เลน ที่ได้ เอมี่ อดัมส์ มารับบท ที่ถึงแม้ว่าจะเป็นแค่นักข่าวสารสาวเปราะบางแม้กระนั้นทัศนคติของคุณรวมทั้งการแสดงของเอมี่ก็ ทำให้ผู้แสดงตัวนี้ไม่ถึงกับแบนราบ ถึงแม้การปูความเกี่ยวเนื่องด้านความรักของระหว่างซูเปอร์แมนกับคุณจะมองรีบเร่งไป นิด แม้กระนั้นก็ไม่ถึงกับเสียหายจนถึงไม่อินไปกับเรื่องรักซะทีเดียว ยังดีที่หน้าที่ของลูอิสบอกให้เห็นถึงความแข็งแกร่งออกมา ทำให้คุณเป็นตัวละครที่เฉลี่ยวฉลาดพึ่งพิงได้มิได้เป็นภาระหน้าที่ของผู้แสดงนำชายมากเกินไป

สิ่งหนึ่งที่มั่นใจว่าผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยจับตาแล้วก็เป็นสิ่งที่แสดงถึงความเชยและก็โบราณ ก็คือ เครื่องนุ่งห่มหรือชุดของซูเปอร์แมนนั่นเอง อย่างที่แถลงการณ์ในข้างต้นว่า หนังเปิดเรื่องบนดาวคลิปตันเจริญ แล้วก็จะมีความเห็นว่าการออกแบบเสื้อผ้าแล้วก็วิทยาการของชาวคลิปตันที่เป็นการผสมประสานความก้าวล้ำทางเทคโนโลยีแล้วก็ความคลาสสิคแบบยุโรปโบราณ ชุดซูเปอร์แมนที่ถูกวางแบบมาที่โทนสีเคร่งขรึมและไม่มีกางเกงชั้นในสีแดงข้างนอกอีกแล้ว!! ก็เลยมองถูกกันรวมทั้งทำให้ชุดซูเปอร์แมนเวอร์หลุดออกมาจากความเชยแล้วก็เชยได้ใน ที่สุด (ในความเป็นจริงแล้วชุดก็ถูกดีไซน์โดยยึดเบื้องต้นมาจากฉบับคอมไม่ก็แค่การปูเรื่องราวของ วิทยาการของดาวคลิปตันทำให้มันดูดีขึ้นมาซะงั้น!!)

ในส่วนของฉากแอ็คชั่นซึ่งเป็นจุดขายที่สำคัญของหนังจำพวกนี้ จำเป็นต้องกล่าวว่า Man of Steelนับว่าเป็นส่วนประกอบของฉากแอ็คชั่นวินาศสันตะโรนานัปการแบบ ไม่ว่าจะเป็น เอเลี่ยนกระหน่ำโลกอาคารตึกรามบ้านช่องกระหน่ำถลาย การดวลต่อตัวต่อ ซึ่งทั้งสิ้นรวมอยู่ในหนังประเด็นนี้เพียงแต่เรื่องเดียว ซึ่งทำออกมาได้ยิ่งใหญ่อีกแง่หนึ่งมันแสดงออกถึงพลังความรู้ความเข้าใจของซูเปอร์ แมนที่ยิ่งใหญ่และก็มีอานุภาพในระดับที่กลุ่ม The Avengers ต้องชิดทางซ้ายการดวลระหว่างนีโอและก็สมิทใน The Matrix Revolutions เปลี่ยนเป็นการเล่นตบติดไปเลย เมื่อมาพบการดวลหมัดตัวต่อตัวระหว่างนายพลซ็อตรวมทั้งซูเปอร์แมน

การออกแบบฉากแอ็คชั่นในหัวข้อนี้ถือว่าทำออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมเต็มไปด้วย เนื้อหาที่สลับซับซ้อนบ่งบอกถึงถึงเร็วทันใจและก็ความร้ายแรงของการต่อสู้ ทำให้อารมณ์พล่านและก็ตื่นเต้นไปกับมัน การเลือกศัตรูที่เป็นชาวคลิปตันแบบเดียวกันทำให้ การต่อสู้มองใกล้เคียงแล้วก็ทำให้พวกเรารู้สึกเอาใจช่วยซูเปอร์แมน เพราะว่าติดอยู่ล-เอลนลานอกต่อสู้กับชาวริตันไม่ใช่เพื่อคุ้มครองโลกเพียงแค่นั้นแต่ว่ามันเป็นการปกป้องคุ้มครองความถูกต้องชัดเจนตามทัศนคติความเชื่อถือที่ได้รับการหลอมหลอมจาก โลกมนุษย์ แม้นั่นจะซึ่งก็คือการล่มสลายของชนเผ่าดาวของตนเองก็ตาม ก็เลยไม่ประหลาดใจที่เมื่อข้างหลังการต่อสู้สิ้นสุดลง ติดอยู่ล-เอจะตะคอกกู่ร้องออกมาด้วยความเจ็บ ที่ทำให้ขณะดูรู้สึกจุกขึ้นมาโดยทันที

การถ่ายรูปที่นับว่าเป็นจุดที่น่าดึงดูด เป็นการถ่ายรูปซูมและก็การเขย่ากล้องถ่ายภาพ ซึ่งมีการประยุกต์ใช้หลายครั้งอย่างชัดเจนเว้นเสียแต่ทำให้พวกเรารู้สึกราวกับอยู่ใน เรื่องประการใดแบบงั้น ยังชี้ให้เห็นถึงพลังของตัวซูเปอร์แมนอีกด้วยแม้กระนั้นกระบวนการพรีเซนเทชั่นแบบงี้ก็บางทีอาจ ทำให้บางบุคคลที่ภูมิคุ้มกันไม่มากพอบางทีอาจรู้สึกวิงเวียนและก็ดูหนังไม่สนุก

งานภาพ มิติ ที่เพียรพยายามจะทำก็ถือว่า ทำเป็นดีพอควร แม้กระนั้นก็มีฉากที่รับใช้ภาพ มิติอยู่น้อยนิด ดังเช่นว่า ฉากแอ็คชั่นบนดาวริตัน หรือฉากบินทีแรกของซูเปอร์แมน แม้พิจารณาถึงรูปแบบของความรู้ความเข้าใจซูเปอร์จะมีความคิดเห็นว่ามันก็พอเพียงจะเอื้อให้มีฉาก มิติอยู่ ถ้าว่าการนำเสนอฉากแอ็คชั่นที่เร็วทันใจมากมาย กระทั่งพวกเราแถบไม่รู้จักสึกเลยว่าดูหนัง มิติอยู่ ด้วยเหตุผลดังกล่าวการดูโรง มิติ ก็เลยไม่ใช่อะไรที่พลาดมิได้

Man of Steel นับเป็นความน่าพอใจอย่างที่สุดของ DC สำหรับเพื่อการกู้ชื่อซูเปอร์แมนที่ทำออกมาได้บริบูรณ์ได้เสร็จ ถึงแม้ภาพรวมมันจะเป็นการเล่าในสิ่งที่แฟนคลับหรือคนโดยมากพอที่จะรู้อยู่แล้วแต่ว่าการใส่เหตุรวมทั้งผลที่หนักแน่นพอลไป รวมถึงการผลิตเงื่อนของนักแสดงซูเปอร์แมนที่ทำออกมาได้ยอดเยี่ยมกับการค้นหาว่า ตนเองเป็นคนไหนกันแล้วก็จะนำพลังที่ตนเองมีนั้นใช้ทำอะไร

ในเมื่อซูเปอร์แมนกลับมาสู่แนวทางที่ถูก สิ่งที่น่าหัวใจถัดไปก็คือ DC จะเอายังไงถัดไปกับการปลุกปั้นซูเปอร์ฮีโรตัวอื่น จะเดินรอยตาม Marvel หรือเลือกจะฉีก สร้างความไม่เหมือนรวมทั้ง เฮนรี่คาวิลล์ คนรับบทซูเปอร์แมน จะเลื่องลือจนถึงเปลี่ยนเป็นผู้แสดงนำชายงานชุกไหมหรือจะเป็นเพียงแค่คนที่ได้รับการยินยอมรับ ในบทซูเปอร์แมนแค่นั้น ซึ่งยังเป็นเครื่องหมายคำถามที่น่าติดตามอย่างมากภายหลังจากนี้

ตัวอย่างหนัง World War Z

เรื่องย่อ

จัดได้ว่าเป็นหนัง บล๊อคบัสเตอร์ เรื่องนึงของปี ที่ตัดต่อตัวอย่างออกมาน่าดู และ ทำให้คอซอมบี้ได้ฟินกันมากแน่ๆ กับ World War Z ที่ดัดแปลงมาจากนิยายในชื่อเดียวกัน นำแสดงโดย แบรด พิทต์

กับเรื่องราวในวันธรรมดาวันหนึ่ง เจอร์รี่ เลน และครอบครัว พบว่าการเดินทางบนท้องถนนที่เคยเงียบสงบของพวกเขา ต้องเผชิญหน้ากับการจราจรติดขัดกลางเมือง เลนที่ในอดีตเคยเป็นเจ้าหน้าที่สืบสวนขององค์การสหประชาชาติ รู้สึกว่านี่ไม่ใช่รถติดธรรมดา และเมื่อมีเฮลิคอปเตอร์ของตำรวจบินอยู่ร่อนอยู่เหนือท้องฟ้า และมีมอเตอร์ไซค์ของตำรวจวิ่งไปมาอยู่เบื้องล่าง ทั้งเมืองต้องเผชิญกับเหตุโกลาหล เมื่อผู้คนต่างติดเชื้อ และกลายเป็น คนตายเดินดิน เขาต้องสืบหาว่าเรื่องทั้งหมดนี้เกิดมาจากอะไรกันแน่

World War Z เป็นผลงานการกำกับของ มาร์ค ฟอสเตอร์ ผู้กำกับที่เราน่าจะคุ้นหน้าคุ้นตากันมาบ้าง จากหนังเรื่อง The Kite Runner และหนัง เจมส์ บอนด์ ภาค Quantum of Solace ที่ในครั้งนี้เขากลับมาพร้อมกับหนังสเกลใหญ่กว่าเดิม แต่ยังจับต้องหนังทุนสูงระดับ 170 ล้านเหรียญ อีกด้วย โดยส่วนตัวถ้าหากเราดูจากตัวอย่างของ World War Z เราก็คงจะไม่หวังอะไรมากไปกว่า ความบันเทิง ที่หนังจะมอบให้เราจากการฟัดแหลก แหวกฝูงซอมบี้ และฆ่าล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์ ซึ่งดูเหมือนผู้กำกับ มาร์ค ฟอสเตอร์ จะรู้ดีว่า โจทย์ของคนดูที่ต้องการคืออะไร และจัดคำตอบให้โจทย์ข้อนั้นแบบไม่ยั้ง ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุดของหนัง กับการที่ World War Z เลือกที่จะตัดสิ่งต่างๆที่ทำให้คนดูหนักสมองทิ้ง ไม่ต้องคิดเยอะ และยัดเข้ามาแทนด้วย ฉากแอ็คชั่น ระทึกขวัญ ที่ไม่ปล่อยให้คนดูพักหายใจกัน เพราะเรียกได้ว่า 5 นาทีแรก ก็เข้าเนื้อเรื่องกันแบบไม่ต้องปูบทกันแล้ว

ซึ่งฉากแอ็คชั่น สเกลใหญ่ๆ ของตัวหนัง World War Z ก็จัดได้ว่าออกมาน่าพอใจ ถึงแม้หลายฉากเราจะเห็นในตัวอย่างหนังกันแล้ว แต่พอเอาเข้าจริงๆ มันก็ยังทำให้เรารู้สึกขนลุกไปกับความยิ่งใหญ่ของฝูงซอมบี้ 4×100 ที่เนื่องจากเรื่องนี้เป็นหนังฟอร์มยักษ์ จึงทำออกมาได้เพียงเรท PG-13 ซึ่งอาจจะไร้เลือด ไร้ฉากแหวะ แบบที่หนัง ซอมบี้ ควรจะเป็น แต่หนังก็ทดแทนของเหล่านั้นด้วย ซอมบี้ 4×100 ที่วิ่งเร็วขนาด ยูเซน โบลต์ อาจจะต้องยอมโดนกัด ซึ่งน่าจะถูกใจคอหนังแนว ซอมบี้ เป็นอย่างแน่นอนที่ได้เห็นอะไรแปลกใหม่ในการ วิวัฒนาการ เหล่าเชื้อไวรัสนี้

พร้อมทั้งการรับบทนำของ แบรด พิตต์ ในหนังฟอร์มใหญ่อีกเรื่อง ที่ยังทำหน้าที่นักแสดงนำคนเดียว ที่คุมโทนเรื่องได้อยู่หมัด โดยเฉพาะช่วงท้ายของหนังที่ต้องขอบคุณ ออร่า นักแสดง ที่ทำให้คนดูต้องสะใจ พร้อมกับปรบมือไปกับความเก๋าของเฮียแกได้

ซึ่งมากไปกว่านั้นบางฉากที่ผู้กำกับ มาร์ค ฟอสเตอร์ แอบใส่ลูกเล่นให้มีอารมณ์แอบคล้ายเกมส์ Resident Evil และ Dead Rising อยู่บ้าง พร้อมกับแทรกอารมณ์ขัน สนุก และ สะใจ เป็นจังหวะช่วงๆ จึงทำให้ World War Z จัดได้ว่าเป็นหนังป๊อปคอร์น ที่ขายความบันเทิงของแท้ แบบไม่ต้องแคร์องค์ประกอบด้านอื่น จึงอาจจะทำให้หลายสิ่ง ที่หนังสเกลใหญ่ขนาดนี้สามารถหยิบจับต้อง เอามาเล่นให้เป็นประเด็นเสียดสีได้มาก ต้องตกหล่นไปอย่างน่าเสียดายบ้างก็ตาม แต่กระนั่นแล้ว ในเมื่อมันเป็นหนังซัมเมอร์ ความบันเทิง อย่างเดียวในหนัง มันก็น่าจะพอแล้วไม่ใช่หรือ ?