ตัวอย่างหนัง You & Me XXX เมื่อฉันกับเธอ XXX

You & Me XXX เมื่อฉันกับคุณ XXX เกี่ยวกับเรื่องราวของ ป้อง เข้าชมรมบอลได้ทั้งๆที่เล่นกากมากมาย ส่วน ปิ๊ก เตะบอลเก่งแต่เข้ามิได้เนื่องจากว่าเป็นสตรี แถมยังจะต้องไปอยู่สมาคมคัพขนมเค้กกับ อีฟ ดาวสถานที่เรียนคู่จิ้นกับ พี่บุ๊ค ประธานสัมพันธ์บอลที่คุณแอบรักมาตั้งแต่เด็ก ป้องซึ่งหลงรักกับปิ๊กกำลังจะยอมแพ้ ก็ดันเกิดเหตุการณ์ไม่คิดสลับร่างระหว่างป้องและก็ปิ๊ก ทำให้ทั้งคู่สนิทกันเพิ่มมากขึ้นช่วงเวลาเดียวกันปิ๊ก (ในร่างป้องได้สนิทสนมกับพี่บุ๊คสมใจอยาก ส่วนป้อง (ในร่างปิ๊ก) ก็เริ่มปิ๊งพี่อีฟจากการรักฝ่ายเดียว แอบชอบรุ่นพี่ คลิกกับเพื่อนพ้องเพศชายในกลุ่มบอลเผลอใจกับรุ่นพี่สาวร่วมสโมสรไปสู่ความรักที่เกิดขึ้นโดยไม่ทันรู้สึกตัว ป้อง ปิ๊ก อีฟ บุ๊ค จะทำเช่นไรในเมื่อทุกคนหลงเสน่ห์หลายแบบอย่างพร้อม

จากชื่อภาพยนตร์ที่ใช้คำว่า XXX ก็เชื้อเชิญให้ขบคิดว่าตัวเรื่องต้องการจะสื่อถึงอะไร แน่ๆว่าควรมีบางบุคคลที่นึกถึงเรื่องติดเรตบ้าง ถ้าหากได้ดูแบบอย่างภาพยนตร์และจากนั้นก็พอเพียงจะทายใจได้ว่าXXX ที่ว่านี้ก็คือเรื่องราวความรักของวัยรุ่น ซึ่งก็มีกระแสเกี่ยวกับภาพยนตร์ประเด็นนี้มาว่าเรื่องราว ผู้แสดง รวมทั้งชื่อดันไปละม้ายกับมังงะประเทศญี่ปุ่นเรื่องหนึ่ง ความจริงเช่นไรก็จำเป็นต้องไปพิสูจน์กันเอาเอง

เนื่องจากว่าเรื่องราวในรูปภาพยนตร์หัวข้อนี้เกี่ยวกับชีวิต ความรัก” ของวัยรุ่นที่สื่อให้ชีวิตที่มีความแจ่มใส แลดูอย่างเป็นธรรมชาติ รวมทั้งอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีกลิ่นของความเป็นซีรีส์เสียมาก ทั้งยังฉากแล้วก็โปรดักชั่นก็ล้วนแต่ทำออกมาได้ดิบได้ดี ดูแล้วสบายตา ประกอบกับตัวบทที่มีความง่ายๆไม่สลับซับซ้อน ทั้งยังยังตามความวาย ได้ฟิน ได้จิ้นความสนิทสนมของคู่ชายชาย แล้วก็อาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีกลิ่นอายของคู่หญิงหญิงอีกด้วย แม้กระนั้นดูท่าแล้วจะมีเปอร์เซ็นต์ความชื่นชอบในคู่ชายชายเสียมากกว่า เพราะว่าแต่ละฉากนั้นก็ทำเอาผู้ชมถึงกับลุ้นรวมทั้งเขินตัวบิดไปตามกัน เรียกว่าภาพยนตร์ประเด็นนี้ทำออกมาเอาอกเอาใจวัยรุ่นโดยเฉพาะอย่างยิ่งเลยก็ว่าได้

นอกเหนือจากการที่จะได้ฟินกับความรักของวัยรุ่นที่ทำให้หัวใจได้ชุ่มชื่นกระชุ่มกระชวยแล้ว ตัวหนังยังสื่อให้มองเห็นในหัวข้อครอบครัว ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับชีวิตของวัยรุ่น ความมุ่งหวังที่อาจทำให้เป็นภาระหน้าที่ที่คนวัยนี้จำเป็นต้องแบกรับ แม้ได้ดูแล้วจะมีความคิดเห็นว่าการเปิดใจคุยกันเกิดเรื่องที่ควรทำเป็นอย่างมากแล้วก็จะก่อให้กำเนิดความรู้ความเข้าใจกันและกันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ด้วยเหตุว่ามุมมองของแต่ละวัยแตกต่าง คนแก่ที่เป็นบิดามารดามีมุมมองอีกอย่างหนึ่ง เด็กหนุ่มสาวก็มีมุมมองอีกอย่าง

อย่างไรก็ดี เนื่องจากว่าตัวเรื่องได้ถ่ายทอดเรื่องราวของวัยรุ่นที่อยากได้การยินยอมรับจากสังคม แน่ๆว่านักแสดงส่วนมากก็เลยเป็นวัยรุ่น ซึ่งบางบุคคลก็ผ่านงานแสดงมาบ้าง บางบุคคลก็พึ่งจะเคยแสดงหนแรก จะต้องยกย่องความรู้ความเข้าใจของผู้แสดงซึ่งสามารถถ่ายทอดอารมณ์ออกมาก้าวหน้า ทั้งยังในเรื่องก็ยังมีแขกรับเชิญมาเซอร์ไพรส์หลายต่อหลายๆคนก็ได้สร้างความฮือฮาไม่น้อย แต่ว่าจำเป็นต้องขอติเตียนเรื่องทรงผมของนางเอกนิดนึงที่เรียกว่าไม่ค่อยเนียน เพราะเหตุว่าบางฉากก็เห็นได้ชัดว่าใส่วิก แม้กระนั้นบางฉากก็เป็นผมจริง ซึ่งก็ทำเอาขัดใจเช่นเดียวกัน ทั้งบทสนทนาของดารารับเชิญก็ยังมองขัดแข็งไปบ้าง แต่ว่าก็พอให้ยกโทษกันได้ ถ้าสุดสัปดาห์นี้ต้องการหาภาพยนตร์ที่มองได้ง่ายสบายๆYou & Me XXX เมื่อฉันกับคุณ XXX ก็เป็นตัวเลือกที่ดีไม่น้อย

ตัวอย่างหนัง The Hitman’s Bodyguard

The Hitman’s Bodyguard แสบ ซ่าส์ แบบว่าบอดี้การ์ด เกี่ยวกับเรื่องราวของบอดีการ์ดมือฉกาจฉกรรจ์ของโลก ไมเคิล ไบรซ์ รับบทบาทโดย ไรอัน เรย์โนลด์ส (Ryan Reynolds) ได้รับมอบหมายให้ปกป้องและก็นำตัวมือสังหารอันดับต้นๆของโลก ที่มานะฆ่าเขามาแล้วนับครั้งไม่ถ้วนนาม ดาเรียส คินเคด รับบทบาทโดย แซมมูเอล แอลแจ็กสัน (Samuel L. Jackson) ไปส่งที่ศาลในประเทศเนเธอร์แลนด์ในฐานะผู้เห็นเหตุการณ์ พวกเขามีเวลาแค่ 1 วันสำหรับในการเดินทางฝ่าป่าดงลูกปืนจากมือสังหารที่ถูกส่งมาจากเจ้าพ่อผู้กระทำผิดกฎหมายอย่าง ลาดิสลาฟ มองวัววิช สวมบทโดยมึงรี โอลด์แมน (Gary Oldman) เพื่อไปที่ศาลให้ทันการ
แน่ๆว่าหลายท่านก็ตั้งตารอไม่น้อยเพื่อจะรับดูการแสดงของซุปตาร์ทั้งคู่ ก็เรียกว่าไม่ทำให้ผิดหวังเลยอาจเกิดขึ้นเนื่องจากเนื้อแท้ของทั้งสองหรือไม่ก็ด้วยการแสดงที่ตีบทแตก ทำให้เกิดความรู้สึกสนุกสนานแล้วก็สุขสบายไปกับการดูภาพยนตร์ประเด็นนี้เป็นอย่างยิ่ง Ryan Reynolds ก็แสดงบทบาทการเป็นบอดี้การ์ดที่ตั้งมั่นเฉพาะหน้าที่ได้ดิบได้ดี แล้วยิ่งได้ Samuel L. Jackson มาแจมในบทคู่แข่งขันก็ยิ่งทำให้มีความสมน้ำสมเนื้อ ชิงไหวชิงพริบกันตลอด ถ้าเกิดเป็นการชกมวยก็เป็นมวยที่ถูกคู่คำพูดตลกก็ยิงใส่กันไม่ยั้ง บางฉากนี่ถึงกับหยุดหัวเราะมิได้ เพียงแค่ผู้แสดงมองหน้ากันเฉยๆก็ยังขำไม่หยุด

นอกเหนือจากการที่จะได้เรื่องสำราญใจจากการต่อปากหลากคำของทั้งสองแล้ว ฉากแอคชั่นก็มันระเบิดไม่น้อย ราวกับหนังระเบิดเทือกเขาเผากระต๊อบของอาหลองก็ไม่ปาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งฉากการไล่ล่าตัวนำในเรื่องยิ่งมองก็ยิ่งทำให้ลุ้นตามตาเกือบจะไม่กะพริบ ซึ่งถ้าเกิดได้ดูตัวอย่างภาพยนตร์ก็จะมีความคิดเห็นว่าเค้าเรื่องสามารถทายใจได้ง่าย เว้นเสียแต่ความเบิกบานใจและก็เกือบจะหาสาระได้ไม่มากเท่าไรนัก เรียกว่ามองเอาความสนุกสนานล้วนยืนยันว่าหายเครียดแน่ๆ

แม้กระนั้น หากแม้พวกเราจะกล่าวว่าหนังมันจะสนุกสนาน ทำให้เป็นสุขเยอะแค่ไหน แม้กระนั้นก็ยังมีข้อเสียอยู่บ้าง ซึ่งคือเรื่องของการใส่ชีวิตรักของตัวเอกทั้งสองเข้ามา มันก็เลยทำให้มองกินเวลาไปๆมาๆก แต่ว่าก็ไม่สามารถที่จะปฏิเสธได้ว่ามันเป็นอีกหนึ่งรสที่ทำให้หนังกลมกล่อมละมุนละไม มีความเรียลมากขึ้นเรื่อยๆ สำหรับผู้ดูแลที่จะพาลูกหลานไปดูภาพยนตร์หัวข้อนี้ ถ้าเกิดไม่ซีเรียสก็ปล่อยไปสบายแต่ว่าทางที่ดีควรจะให้เสนอแนะแก่ลูกหลานของท่าน เพราะเหตุว่าจำต้องบอกก่อนว่ามีการพ่นคำสบถกันเรื่อง มากกว่าหนังเรื่องอื่นเลยก็ว่าได้ แล้วก็ในที่สุดขอเตือนว่าอย่าพึ่งจะลุกไปไหน!ด้วยเหตุว่าหนังมีเอนด์เครดิตด้วย

ตัวอย่างหนัง Hummingbird

เรื่องย่อ

Hummingbird นับว่าเป็นงานที่ต่างออกไปของ เจสัน สเตแธม มันเป็นงานที่เรียกใช้ความสามารถทางการแสดงทางอารมณ์แล้วก็สีหน้าท่าทางมากยิ่งกว่าท่าทางต่อยเตะแบบธรรมดาในหนังของเขาทำให้พวกเราทราบว่า เจสัน ไม่ใช่ดาราหนังที่ขายแม้กระนั้นความสามารถทางด้านแอ็คชั่นเพียงอย่างเดียว แม้กระนั้นยังสามารถแสดงอารมณ์ความรู้สึกออกมาได้ในระดับที่น่าพึงพอใจอย่างยิ่งจริงๆ

แต่ Hummingbird ก็ไม่ใช่งานที่ขายความเบิกบานใจอะไร ซึ่งอาจจะเป็นผลให้ผู้ใดกันความคาดหวังจะมาดูฉากแอ็คชั่นแบบรุนแรงตามสไตล์ดารานำชายหัวผม น้อยแล้วละก็ บางครั้งก็อาจจะจะต้องผิดหวังกับหนังประเด็นนี้

Hummingbird ได้ผลงานควบคุมของ ตีเว่น ไนท์ สมัยก่อนผู้เขียนบทหนังอย่าง Dirty Pretty Things แล้วก็ Eastern Promises ที่ผันตนเองมากำกับหนังเป็นครั้งแรก หนังเล่าราวของ โจอี้ โจนส์ (เจสัน สเตแธม) สมัยก่อนทหารหน่วยรบพิเศษประจำอัฟกานิสถาน ที่หนีศาลทหารกลับมาที่อังกฤษแล้วก็หวังจะเริ่มชีวิตใหม่อีกที เพียงแต่ว่าเขายังมีเรื่องมีราวราวความแค้นที่จำต้องสะสางให้เสร็จซะก่อน และก็โน่นทำให้เขาได้เจอกับ คริสตำหนิน่า (อากาต้า บูเซ็ก) แม่ชีที่ดูแลสถานสงเคราะห์ จนกระทั่งกำเนิดเป็นความสมาคมที่ผิดแผกระหว่างทั้งคู่

การลำดับที่สองผู้แสดงหลักมีสถานะที่แตกต่าง คนหนึ่งเป็นคนหนีทหารมือเลอะเทอะเลือด กับอีกคนเป็นคนรับใช้ศาสนา ให้โอกาสให้หนังได้เล่นกับการถามในเรื่องของความดีงามชั่วช้าสารเลวแล้วก็คุณธรรม แต่หนังก็นำหัวข้อนี้มาเล่นเพียงแต่ผิวเผินแค่นั้น

เนื่องจากหนังเลือกที่จะจับเรื่องหัวข้อที่ง่ายดายกว่าอย่าง ?ความรักโดยใช้ไม่เหมือนกันของคนทั้งคู่มานำเสนอได้น่าดึงดูดพอเหมาะพอควร กับโจอี้ โจนส์ ที่เป็นตัวละครสีเทาที่ชี้ให้เห็นทั้่งด้านดีแล้วก็ด้านเลวทราม เวลาที่แม่ชีคริสว่ากล่าวน่า ก็มีความอัดอั้นตันใจบางสิ่งในตัวอันเหตุเพราะการเข้ามาสู่ศาสนาด้วยเหตุผลทาง ข้อบังคับไม่ใช่จากเลื่อมใส ทั้งคู่ไม่ส่วนเติมเต็มของกันและกัน ที่ทำให้ความเกี่ยวเนื่องแปลกนี้น่าเอาใจช่วย เนื่องจากราวกับเป็นการปล่อยผู้แสดงให้ไม่มีอะไรค้างในใจ จนถึงเอามาข้อสรุปช่วงท้ายในแนวทางที่นับว่าจบเจริญทั้งสองฝ่าย

ฉากแอ็คชั่นในประเด็นนี้ มีเพียงแต่ให้มองเห็นท่าทางที่แสนอันตรายของโจอี้ โจนส์ แค่นั้น มิได้อยากใส่มาเพื่อตอบสนองผู้ชมอะไร แต่ว่าเนื่องจากว่าความแข็งแกร่งของโจนส์ทำให้การแก้เงื่อนของเขาไม่มีอะไรให้ลุ้นให้ตื่นเต้น

ยิ่งไปกว่านี้หนังยังมีข้อความสำคัญของ เรื่องของความดีความชอบและก็ความชั่วช้าสารเลว หากแม้เครื่องวัดทางศาสนาจะเห็นว่าการฆ่าเป็นบาป แต่ว่าบางโอกาสพวกเราก็ไม่บางทีอาจกล่าวร้ายได้ว่ามันเป็นเจตนาของการตัดสินใจ ถ้าหากพวกเราได้รับทราบเรื่องราวเบื้องหน้าเบื้องหลังอย่างกรณีของคริสติเตียนน่า รวมถึงการล้างแค้นของโจนส์ ที่มองดูเป็นสีเทาบางครั้งพวกเราบางทีอาจเห็นอกเห็นใจแล้วก็บางทีอาจเกื้อหนุนสิ่งที่พวกเขาทำ ถึงกระนั้นหนังก็มิได้กล่าวว่า

สิ่งที่ผู้แสดงในเรื่องทำเป็นสิ่งที่ถูก แม้กระนั้นหนังตั้งปัญหาเพื่อผู้ชมเป็นผู้ตอบว่า ความดีเลิศต่ำทรามในแบบของคุณเป็นอย่างไร??? หากแม้ในรูปภาพรวมหนังจะเล่าแบบลอยล่องไปนิด แม้กระนั้นมันก็เป็นหนังที่ทำให้พวกเราได้มองเห็นอีกมุมมองหนึ่งทางการแสดงของดาราที่ ชื่อ เจสัน สเตแธม รวมทั้งถึงจะเป็นการควบคุมเรื่องแรกของ ตีเว่น ไนท์ ในมุมมองผมจัดว่าสอบได้ เนื่องจากว่านับว่าเป็นผู้กำกับที่เลือกจะเล่าหัวข้อยากไม่ค่อยมีผู้ใดกันแน่เขาทำกัน ซึ่งน่าติดตามในผลงานชิ้นถัดไปว่าจะดียิ่งขึ้นหรือเปล่า!

อนึ่งชื่อหนัง Hummingbird ที่ในเรื่องเป็น ชื่อเรียกชื่อของเรือบินสืบแบบไม่มีผู้ขับที่ใช้ในประเทศอัฟกานิสถานที่ ผู้แสดงนำชายของเรื่องไปทำหน้าที่ ซึ่งที่จริงก็มิได้เกี่ยวเนื่องกับประเด็นนี้เท่าไรนักนอกเหนือจากฉากหลอนของโจน ส์ในช่วงต้นเรื่อง ที่ถ้าคนใดกันจะแปลความก็ดูเหมือนจะไม่สำคัญแล้วก็เสียเวลาเปล่า หนังควรที่จะใช้ชื่อ Redemption (การไถ่คืนถอน การชดเชย การชำระล้างที่ใช้โฆษณาที่อเมริกาจะมองแจ่มแจ้งกับแนวทางของหนังมากยิ่งกว่าน่ะ!

ตัวอย่างหนัง The Silent War

เรื่องย่อ

ตั้งแต่ภาพยนตร์ประเทศฮ่องกงถูกปฏิรูป (ข้อใช้คำนี้คงจะไม่เกินเลยจากภาพยนตร์ Infernal Affairs เมื่อปี 2002 ภาพยนตร์ก็ถูกใช้เป็นต้นแบบอ้างอิงกับภาพยนตร์อีกหลายเรื่องต่อจากนั้นแล้วก็ทำให้ผู้ที่มีการเกี่ยวข้องกับภาพยนตร์หัวข้อนี้เลื่องลือแล้วก็งานถูกกันทุกคน อลัน มัค นักเขียนบทแล้วก็ผู้กำกับร่วมกับ แอนดรูว์ เลา ก็เลยเป็นด้ามจับตามงมากขึ้น และก็กับผลงานปัจจุบันของเขาThe Silent War เขาก็ยังคงปฏิบัติภารกิจเขียนบทรวมทั้งดูแลร่วมด้วย เฟลิค ควร ผู้เขียนบทร่วมจาก Infernal Affairs

The Silent War หนังปรับเปลี่ยนมาจาก Ting Feng Zhe (นักฟังเสียงสายลมซึ่งเป็นตอนหนึ่งในนิยายโจรกรรม Plot Against ของ ม่าเจีย ที่พิมพ์เมื่อปี 2005 และก็เป็นที่นิยมเป็นอย่างมากในกลุ่มนักอ่าน เล่าราวของ เหอปิง (เหลียงเฉาเว่ย) ช่างตั้งสายเปียโนตาบอดที่มีความถนัดการฟังเสียงเยี่ยม กระทั่งถูก ฉางสวี่หนิง (โจว ซุนสายหญิงผู้กล้าหาญจากหน่วย 701 ดึงตัวมาร่วมงานเพื่อช่วยแอบฟังคู่อริที่ใช้รหัสมอสำหรับเพื่อการติดต่อติดต่อ ในตอนการสู้รบการบ้านการเมืองของจีนเมื่อปี1950 จนกระทั่งเอามาสู่ความเกี่ยวข้องพิเศษระหว่างเขารวมทั้งคุณ

หากแม้เรื่องย่อแล้วก็หน้าหนังจะดูราวกับว่าหนังแนวสายเชิงสอบปากคำ แม้กระนั้นเอาเข้าจริง นี่เป็นหนังรักที่มีหน้าข้างหลังเป็นความวุ่นวายของประเทศระหว่างรัฐบาลกับ ข้างขบถ รวมทั้งการที่หนังเล่นหัวข้อการไต่สวนด้วยการแอบฟังรหัสมอเพื่อถอดใจความข่าวสาร การเคลื่อนไหวของคู่อริ ทำให้The Silent War จัดเป็นหนังท่ายาก เพราะเหตุว่าไม่ใช่ง่ายเลยสำหรับในการเสนอเรื่องราวสายในตอนสงครมการบ้านการเมืองที่ ไม่มีฉากยิง ฉากการรบ มีก็แค่การฟังเสียงและก็เคาะรหัสเป็นเนื้อความออกมา

แม้กระนั้นน่าประหลาดใจว่า The Silent War กลายเป็นหนังที่เชิญติดตามแล้วก็มองสนุกสนานพอควร แม้ว่าจะเกิดเรื่องเกี่ยวกับการถอดรหัสที่ผู้ชมทั่วๆไปน้อยนักที่จะรู้เรื่อง กรรมวิธีการของมัน แต่ว่าหนังก็เล่ากระบวนการในแบบอย่างกล้วยๆให้ผู้ชมพอเพียงรู้เรื่องรวมทั้งติดตามเรื่องราวไปได้ประกอบกับมีเรื่องมีราวราวนอกเหนือจากการถอดรหัส ก็คือการปฏิบัติการสอบปากคำตามแบบฉบับของหนังสายจริง ที่เมื่อเอามารวมกับการถอดรหัส ทำให้มองเห็นถึงจุดสำคัญของการถอดรหัสว่าเอาจริงเอาจังแล้วก็เต็มไปด้วยความเป็นความตาย ขนาดไหน

หนังมีการดีไซน์งานสร้างที่เหมือนจริง ยิ่งใหญ่ ฉากแล้วก็รูปร่างหน้าตาสไตล์การแต่งตัว ที่ชี้ให้เห็นถึงความละเอียดลออของผู้ผลิตรวมทั้งคณะทำงานผู้ออกแบบ ยิ่งกว่านั้นยังได้เรื่องถ่ายรูปอันเยี่ยมที่ช่วยเสริมให้หนังประเด็นนี้ เป็นหนังที่มีความประณีตและวิจิตรบรรจงสวยงามเรื่องหนึ่งในรูปภาพยนตร์ประเทศฮ่องกงสมัยข้างหลังอย่างยิ่งจริงๆ

อย่างที่รายงานในตอนแรกว่า The Silent War เป็นหนังท่ายาก เพราะว่าการนำเสนอการแอบฟังถอดรหัสนั้น นับว่าเป็นหัวใจหลักของหนังหัวข้อนี้ ถ้าหากพรีเซนเทชั่นออกมาได้ไม่ดีพอเพียง ก็จะก่อให้ภาพรวมของหนังเสียหายกระทั่งเปลี่ยนเป็นหนังที่เล่าได้ห่วยไปท้ายที่สุด แม้กระนั้น อลัน มัค แล้วก็เฟลิค ชอง ก็เก่งกล้าสำหรับการดัดแปลงแก้ไขนิยายให้ออกมาเป็นภาพของการไขรหัสมอได้อย่างน่าพึงพอใจ แล้วก็เชิญชวนว่ากล่าวตดาม หากแม้ผู้แสดง เหอปิง จะเป็นคนตาบอด แต่ว่ามิได้แสดงว่าจินตนาการของเขาสำหรับในการสร้างภาพในหัวจะหายไป การนำเสนอแบบให้มองเห็นถึงภาพลักษณ์ในหัวของเหอปิง ว่ารหัสมอที่ส่งมีเนื้อความอะไร น้ำหนักสำหรับการส่งรหัสคืออะไร จนกระทั่งมาสู่การประมาณสัณฐานรวมทั้งนิสัยของบุคคลที่ส่งข้อความ นับเป็นสิ่งที่นับว่าหนังตีปัญหาในส่วนนี้ได้แตก และไม่ทำให้การตำหนิตามการถอดรหัสนั้นน่ารำคาญ (ซึ่งส่วนนี้จำต้องชูคุณงามความดีให้กับ ม่าเจีย สำหรับในการนิพนธ์นิยายที่เต็มไปด้วยเนื้อหาให้สนุกสนาน)

ซึ่งการถ่ายทอดเสียงในเรื่องก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ทำออกมาเจริญ การผลิตความไม่เหมือนของเสียของการส่งรหัส ไม่ใช่สิ่งที่จะสื่อให้ผู้ชมทั่วๆไปที่มิได้มีหูหรือการฟังขั้นเทวดาให้รู้เรื่อง ได้อย่างง่ายดายแต่ว่าหนังก็พรีเซนเทชั่นออกมาได้เด่นชัดรวมทั้งการที่หนังได้รางวัลบันทึกเสียงเยี่ยมยอดจากเวทีAsia-Pacific Film Festival ก็เป็นเครื่องยืนยันถึงความยอดเยี่ยมนี้ โดยคนบันทึกเสียงนั้นเป็นชาวไทย คน ก็คือ ตรีเทวดา สกุลไพบูลย์ รวมทั้ง ณพวัฒน์ ลิขิตตระกูล ซึ่งน่าดีใจไม่น้อยเลยกับการบรรลุผลของภาพยนตร์ระดับทวีปเอเชียที่มีคนประเทศไทยเข้าไปเป็นส่วนร่วม

ถึงแม้การบันทึกเสียงจะทำเป็นดี แม้กระนั้นการนำเสนอเรื่องราวในบางช่วงบางตอนยังมีความไม่สม่ำเสมอ ซึ่งมักเป็นซีนสำคัญที่เกี่ยวพันกับเหอปิงดารานำชายของเรื่องทั้งหมด ที่ชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมโยงของนักแสดงที่เสนอแบบรวบรัดไปนิด ซึ่งบางฉากแม้ขยี้มากยิ่งกว่านี้จะก่อให้เรื่องมองหนักแน่นแล้วก็ทำให้รู้เรื่องความ รู้สึกของผู้แสดงเยอะขึ้น อย่างเช่น ความเชื่อมโยงของเหอปิงและก็ฉางสวี่หนิงที่ดูเหมือนจะรีบให้มีเรื่องมีราวความรักเข้ามา เร็วไปนิด แม้ว่าจะปูใจความสำคัญมาก่อน แม้กระนั้นก็เป็นในส่วนของเรื่องงานเสียมากกว่า ยังมีความเชื่อมโยงระหว่างเหอปิงกับหญิงสาวในหน่วยคนหนึ่งที่สุดด้านหลังได้เป็น เมียของเขาก็ดูเหมือนจะรีบร้อนไปนิด แม้ว่าจะรู้ดีว่าเพราะอะไรทั้งสองถึงรู้สึกชื่นชอบกัน รวมทั้งยังมีฉากที่เหอปิงเกลียดชังตนเองที่ไม่อาจจะสืบหาคลื่นส่งรหัสอันนำ มาสู่การตายของคนสำคัญในชีวิตของเขา ที่ทำให้เขาซึ่งได้รับการผ่าตัดจนกระทั่งสามารถมาเห็นได้แล้วกลับทำลายดวงตาของตนเองเพื่อจะได้ดึงความรู้ความเข้าใจที่จริงจริงของตนเองออกมา นี้ นี่เป็นฉากสำคัญที่จะช่วยยกฐานะการแสดงและก็ยกฐานะหนังในรูปภาพรวมได้ แม้กระนั้นก็ถูกเสนอแบบรวดรับจนถึงโชคร้าย!

เหลียงเฉาเว่ย นับว่าเป็นหนังแสดงแถวหน้าของแวดวงภาพยนตร์ทวีปเอเชียในขณะนี้ซึ่งหัวข้อนี้เขาก็ปฏิบัติหน้าที่ได้ดิบได้ดี ในบทของผู้ทุพพลภาพทางสายตา เวลาที่ผู้ที่เหมาะสมที่สุดที่สุดในประเด็นนี้เป็น โจว ซุน ที่บท ฉางสวี่หนิง นับเป็นตัวละครสำคัญที่ทำให้หนังสายประเด็นนี้มีเสน่ห์อย่างแปลก?ซึ่ง โจว ซุน ถ่ายทอดสีหน้าท่าทางแล้วก็แววตาของคนที่จำต้องกล่ำกลืนบางสิ่งบางอย่างไว้ภายในหัวใจได้อย่างยอดเยี่ยม การแสดงของคุณทำพวกเราให้เห็นอกเห็นใจและก็หลงเสน่ห์ผู้แสดงนี้ได้อย่างง่ายๆจนถึงต้องการเอาใช้ช่วยทำให้คุณไม่มีตอนสุดท้ายอย่างที่มองเห็นในหนัง

The Silent War จะต่างจากหนังสายทั่วๆไปออกจะมากมาย ที่มีเสียงการรหัสมอแทนเสียงกระสุนปืน แถมมีการถ่ายรูปที่งาม ความสมจริงสมจังของฉากและก็อาภรณ์ที่สะดุดตาเกินหนังแนวนี้ ที่ภาพรวมของมันจัดเป็นภาพยนตร์จีนเกรดเอที่มิได้มองเห็นมานาน แม้ว่าการเดินเรื่องจะค่อนข้างจะเนิบๆเฉื่อยชาไปบ้าง กระทั่งบางทีอาจบางบุคคลที่ไม่เคยชินกับหนังแนวนี้กำเนิดอาการหาวอยากนอนได้ แต่ว่าแม้ตั้งอกตั้งใจดูรวมทั้งพิจารณาถึงเนื้อนัยที่หนังอุตสาหะถ่ายทอด หน้าที่รับผิดชอบกับความรักมิตรภาพของเพื่อนฝูง และก็การเผยจิตใจของคน (อีกทั้งฝ่ายรัฐบาลแล้วก็ข้างต้านทานนี่ก็นับว่าเป็นหนึ่งในหนังดีที่ไม่สมควรพลาดนะครับ

ตัวอย่างหนัง Man of Steel

เรื่องย่อ

ความเก็บกดของทาง DC ที่ได้มองเห็นหนังซูเปอร์วีรบุรุษของทาง Marvel ประสบผลสำเร็จอย่างสม่ำเสมอไม่ว่าจะออกมากี่ตัว จนถึงไปสู่จุดสุดยอดใน The Avengers ที่ทำเงินกระหน่ำถลายทั้งโลกเวลาที่ DC นั้นมีเพียงแต่ The Dark Knight แค่นั้นที่สอบได้ แล้วก็โน่นทำให้ Man of Steel หนังซูเปอร์แมนแปลความใหม่ บากบั่นจะล้างภาพอันเก่า แก่ที่แสนเชยออกไปให้หมด ท้ายที่สุดเลยแปลงเป็นหนังที่เหมือนเป็นการปลดล่อความคับอกคับใจของทาง DC ทำให้ในหนังเต็มไปด้วยลูกบ้าที่ฉาบหน้าด้วยความใหญ่โตในระดับที่แฟน การ์ตูนและก็แฟนหนังซูเปอร์วีรบุรุษไม่บางทีอาจ เรียกร้องอะไรมากมายไปกว่านี้อีกแล้ว

สิ่งที่เยี่ยมมากมายใน Man of Steel ก็คือ การเริ่มต้นเรื่องราวบนดาวริตันถิ่นฐานบ้านช่องของซูเปอร์แมน เป็นการปูพื้นให้ผู้ชมใหม่ในด้านของความเป็นมา เหตุผลว่าเพราะเหตุใดตัวของซูเปอร์แมนถึงมาอยู่ที่โลกได้ เป็นเริ่มคล้ายกับหนังไซไฟที่ทำให้พวกเราผู้ชมมีความคิดว่าตัวของซูเปอร์แมนนั้นไม่เหมือนกับคนบนโลก การตั้งประเด็นด้านการเมืองบนดาวคลิปตัน ความไม่ลงรอยกันระหว่าง 2อุดมการณ์สำหรับเพื่อการรักษาเชื้อสาย เป็นสิ่งที่ช่วยสร้างความมั่นคงแล้วก็ความน่านับถือให้กับเรื่องราวได้อย่าง ดี!

รวมทั้งการนำเสนอตัวละครค้างล-เอล หรือ ลาร์ก เคนท์ ที่จะต้องพบเจอกับปัญหาการปรับตัวปรับสิ่งแวดล้อม ในอยู่ด้วยความรู้สึกผิดธรรมดาไม่ราวกับคนอื่นๆ แต่ว่าขณะที่งง ความรู้สึกว่าควรจะทำสิ่งที่ถูกก็ยังมีผลให้เขาไม่เปลี่ยนเป็นคนชั่วช้าร้าย การเดินทางค้นหาคำตอบของชีวิตรวมทั้งชาติสกุลของตนเองก็เลยน่าดึงดูด แม้ว่าจะดูราวกับว่าเล่าแบบรวบรัดเหลือเกินแต่ว่าก็ไม่ถึงกับตามเรื่องตามราวไม่ทัน

แล้วก็การนำเสนอเงื่อนชีวิตของค้างล-เอล ทำให้พวกเราได้เจอกับการแสดงที่ยอมยอดเยี่ยมระหว่างบิดาทั้่งสองซึ่ง รัสเซลล์ วัวรว์ รับบทบาทเป็น หน้าจอร์-เอล บิดาผู้เสียสละระบุ กับ เควิน คอเนอร์ในบท โจนาธาน เคนท์ บิดาบนโลก ซึ่งเป็นบิดาผู้มีทัศนคติที่ผิดแผกที่ก็ชี้ให้เห็นถึงความรักอันเปี่ยมล้นรวมทั้งมองเท่มาก

การค้นหาตัวตนของค้างล-เอล นำมาซึ่งการเจอกันของเขารวมทั้งลูอิส เลน ที่ได้ เอมี่ อดัมส์ มารับบท ที่ถึงแม้ว่าจะเป็นแค่นักข่าวสารสาวเปราะบางแม้กระนั้นทัศนคติของคุณรวมทั้งการแสดงของเอมี่ก็ ทำให้ผู้แสดงตัวนี้ไม่ถึงกับแบนราบ ถึงแม้การปูความเกี่ยวเนื่องด้านความรักของระหว่างซูเปอร์แมนกับคุณจะมองรีบเร่งไป นิด แม้กระนั้นก็ไม่ถึงกับเสียหายจนถึงไม่อินไปกับเรื่องรักซะทีเดียว ยังดีที่หน้าที่ของลูอิสบอกให้เห็นถึงความแข็งแกร่งออกมา ทำให้คุณเป็นตัวละครที่เฉลี่ยวฉลาดพึ่งพิงได้มิได้เป็นภาระหน้าที่ของผู้แสดงนำชายมากเกินไป

สิ่งหนึ่งที่มั่นใจว่าผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยจับตาแล้วก็เป็นสิ่งที่แสดงถึงความเชยและก็โบราณ ก็คือ เครื่องนุ่งห่มหรือชุดของซูเปอร์แมนนั่นเอง อย่างที่แถลงการณ์ในข้างต้นว่า หนังเปิดเรื่องบนดาวคลิปตันเจริญ แล้วก็จะมีความเห็นว่าการออกแบบเสื้อผ้าแล้วก็วิทยาการของชาวคลิปตันที่เป็นการผสมประสานความก้าวล้ำทางเทคโนโลยีแล้วก็ความคลาสสิคแบบยุโรปโบราณ ชุดซูเปอร์แมนที่ถูกวางแบบมาที่โทนสีเคร่งขรึมและไม่มีกางเกงชั้นในสีแดงข้างนอกอีกแล้ว!! ก็เลยมองถูกกันรวมทั้งทำให้ชุดซูเปอร์แมนเวอร์หลุดออกมาจากความเชยแล้วก็เชยได้ใน ที่สุด (ในความเป็นจริงแล้วชุดก็ถูกดีไซน์โดยยึดเบื้องต้นมาจากฉบับคอมไม่ก็แค่การปูเรื่องราวของ วิทยาการของดาวคลิปตันทำให้มันดูดีขึ้นมาซะงั้น!!)

ในส่วนของฉากแอ็คชั่นซึ่งเป็นจุดขายที่สำคัญของหนังจำพวกนี้ จำเป็นต้องกล่าวว่า Man of Steelนับว่าเป็นส่วนประกอบของฉากแอ็คชั่นวินาศสันตะโรนานัปการแบบ ไม่ว่าจะเป็น เอเลี่ยนกระหน่ำโลกอาคารตึกรามบ้านช่องกระหน่ำถลาย การดวลต่อตัวต่อ ซึ่งทั้งสิ้นรวมอยู่ในหนังประเด็นนี้เพียงแต่เรื่องเดียว ซึ่งทำออกมาได้ยิ่งใหญ่อีกแง่หนึ่งมันแสดงออกถึงพลังความรู้ความเข้าใจของซูเปอร์ แมนที่ยิ่งใหญ่และก็มีอานุภาพในระดับที่กลุ่ม The Avengers ต้องชิดทางซ้ายการดวลระหว่างนีโอและก็สมิทใน The Matrix Revolutions เปลี่ยนเป็นการเล่นตบติดไปเลย เมื่อมาพบการดวลหมัดตัวต่อตัวระหว่างนายพลซ็อตรวมทั้งซูเปอร์แมน

การออกแบบฉากแอ็คชั่นในหัวข้อนี้ถือว่าทำออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมเต็มไปด้วย เนื้อหาที่สลับซับซ้อนบ่งบอกถึงถึงเร็วทันใจและก็ความร้ายแรงของการต่อสู้ ทำให้อารมณ์พล่านและก็ตื่นเต้นไปกับมัน การเลือกศัตรูที่เป็นชาวคลิปตันแบบเดียวกันทำให้ การต่อสู้มองใกล้เคียงแล้วก็ทำให้พวกเรารู้สึกเอาใจช่วยซูเปอร์แมน เพราะว่าติดอยู่ล-เอลนลานอกต่อสู้กับชาวริตันไม่ใช่เพื่อคุ้มครองโลกเพียงแค่นั้นแต่ว่ามันเป็นการปกป้องคุ้มครองความถูกต้องชัดเจนตามทัศนคติความเชื่อถือที่ได้รับการหลอมหลอมจาก โลกมนุษย์ แม้นั่นจะซึ่งก็คือการล่มสลายของชนเผ่าดาวของตนเองก็ตาม ก็เลยไม่ประหลาดใจที่เมื่อข้างหลังการต่อสู้สิ้นสุดลง ติดอยู่ล-เอจะตะคอกกู่ร้องออกมาด้วยความเจ็บ ที่ทำให้ขณะดูรู้สึกจุกขึ้นมาโดยทันที

การถ่ายรูปที่นับว่าเป็นจุดที่น่าดึงดูด เป็นการถ่ายรูปซูมและก็การเขย่ากล้องถ่ายภาพ ซึ่งมีการประยุกต์ใช้หลายครั้งอย่างชัดเจนเว้นเสียแต่ทำให้พวกเรารู้สึกราวกับอยู่ใน เรื่องประการใดแบบงั้น ยังชี้ให้เห็นถึงพลังของตัวซูเปอร์แมนอีกด้วยแม้กระนั้นกระบวนการพรีเซนเทชั่นแบบงี้ก็บางทีอาจ ทำให้บางบุคคลที่ภูมิคุ้มกันไม่มากพอบางทีอาจรู้สึกวิงเวียนและก็ดูหนังไม่สนุก

งานภาพ มิติ ที่เพียรพยายามจะทำก็ถือว่า ทำเป็นดีพอควร แม้กระนั้นก็มีฉากที่รับใช้ภาพ มิติอยู่น้อยนิด ดังเช่นว่า ฉากแอ็คชั่นบนดาวริตัน หรือฉากบินทีแรกของซูเปอร์แมน แม้พิจารณาถึงรูปแบบของความรู้ความเข้าใจซูเปอร์จะมีความคิดเห็นว่ามันก็พอเพียงจะเอื้อให้มีฉาก มิติอยู่ ถ้าว่าการนำเสนอฉากแอ็คชั่นที่เร็วทันใจมากมาย กระทั่งพวกเราแถบไม่รู้จักสึกเลยว่าดูหนัง มิติอยู่ ด้วยเหตุผลดังกล่าวการดูโรง มิติ ก็เลยไม่ใช่อะไรที่พลาดมิได้

Man of Steel นับเป็นความน่าพอใจอย่างที่สุดของ DC สำหรับเพื่อการกู้ชื่อซูเปอร์แมนที่ทำออกมาได้บริบูรณ์ได้เสร็จ ถึงแม้ภาพรวมมันจะเป็นการเล่าในสิ่งที่แฟนคลับหรือคนโดยมากพอที่จะรู้อยู่แล้วแต่ว่าการใส่เหตุรวมทั้งผลที่หนักแน่นพอลไป รวมถึงการผลิตเงื่อนของนักแสดงซูเปอร์แมนที่ทำออกมาได้ยอดเยี่ยมกับการค้นหาว่า ตนเองเป็นคนไหนกันแล้วก็จะนำพลังที่ตนเองมีนั้นใช้ทำอะไร

ในเมื่อซูเปอร์แมนกลับมาสู่แนวทางที่ถูก สิ่งที่น่าหัวใจถัดไปก็คือ DC จะเอายังไงถัดไปกับการปลุกปั้นซูเปอร์ฮีโรตัวอื่น จะเดินรอยตาม Marvel หรือเลือกจะฉีก สร้างความไม่เหมือนรวมทั้ง เฮนรี่คาวิลล์ คนรับบทซูเปอร์แมน จะเลื่องลือจนถึงเปลี่ยนเป็นผู้แสดงนำชายงานชุกไหมหรือจะเป็นเพียงแค่คนที่ได้รับการยินยอมรับ ในบทซูเปอร์แมนแค่นั้น ซึ่งยังเป็นเครื่องหมายคำถามที่น่าติดตามอย่างมากภายหลังจากนี้

ตัวอย่างหนัง World War Z

เรื่องย่อ

จัดได้ว่าเป็นหนัง บล๊อคบัสเตอร์ เรื่องนึงของปี ที่ตัดต่อตัวอย่างออกมาน่าดู และ ทำให้คอซอมบี้ได้ฟินกันมากแน่ๆ กับ World War Z ที่ดัดแปลงมาจากนิยายในชื่อเดียวกัน นำแสดงโดย แบรด พิทต์

กับเรื่องราวในวันธรรมดาวันหนึ่ง เจอร์รี่ เลน และครอบครัว พบว่าการเดินทางบนท้องถนนที่เคยเงียบสงบของพวกเขา ต้องเผชิญหน้ากับการจราจรติดขัดกลางเมือง เลนที่ในอดีตเคยเป็นเจ้าหน้าที่สืบสวนขององค์การสหประชาชาติ รู้สึกว่านี่ไม่ใช่รถติดธรรมดา และเมื่อมีเฮลิคอปเตอร์ของตำรวจบินอยู่ร่อนอยู่เหนือท้องฟ้า และมีมอเตอร์ไซค์ของตำรวจวิ่งไปมาอยู่เบื้องล่าง ทั้งเมืองต้องเผชิญกับเหตุโกลาหล เมื่อผู้คนต่างติดเชื้อ และกลายเป็น คนตายเดินดิน เขาต้องสืบหาว่าเรื่องทั้งหมดนี้เกิดมาจากอะไรกันแน่

World War Z เป็นผลงานการกำกับของ มาร์ค ฟอสเตอร์ ผู้กำกับที่เราน่าจะคุ้นหน้าคุ้นตากันมาบ้าง จากหนังเรื่อง The Kite Runner และหนัง เจมส์ บอนด์ ภาค Quantum of Solace ที่ในครั้งนี้เขากลับมาพร้อมกับหนังสเกลใหญ่กว่าเดิม แต่ยังจับต้องหนังทุนสูงระดับ 170 ล้านเหรียญ อีกด้วย โดยส่วนตัวถ้าหากเราดูจากตัวอย่างของ World War Z เราก็คงจะไม่หวังอะไรมากไปกว่า ความบันเทิง ที่หนังจะมอบให้เราจากการฟัดแหลก แหวกฝูงซอมบี้ และฆ่าล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์ ซึ่งดูเหมือนผู้กำกับ มาร์ค ฟอสเตอร์ จะรู้ดีว่า โจทย์ของคนดูที่ต้องการคืออะไร และจัดคำตอบให้โจทย์ข้อนั้นแบบไม่ยั้ง ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุดของหนัง กับการที่ World War Z เลือกที่จะตัดสิ่งต่างๆที่ทำให้คนดูหนักสมองทิ้ง ไม่ต้องคิดเยอะ และยัดเข้ามาแทนด้วย ฉากแอ็คชั่น ระทึกขวัญ ที่ไม่ปล่อยให้คนดูพักหายใจกัน เพราะเรียกได้ว่า 5 นาทีแรก ก็เข้าเนื้อเรื่องกันแบบไม่ต้องปูบทกันแล้ว

ซึ่งฉากแอ็คชั่น สเกลใหญ่ๆ ของตัวหนัง World War Z ก็จัดได้ว่าออกมาน่าพอใจ ถึงแม้หลายฉากเราจะเห็นในตัวอย่างหนังกันแล้ว แต่พอเอาเข้าจริงๆ มันก็ยังทำให้เรารู้สึกขนลุกไปกับความยิ่งใหญ่ของฝูงซอมบี้ 4×100 ที่เนื่องจากเรื่องนี้เป็นหนังฟอร์มยักษ์ จึงทำออกมาได้เพียงเรท PG-13 ซึ่งอาจจะไร้เลือด ไร้ฉากแหวะ แบบที่หนัง ซอมบี้ ควรจะเป็น แต่หนังก็ทดแทนของเหล่านั้นด้วย ซอมบี้ 4×100 ที่วิ่งเร็วขนาด ยูเซน โบลต์ อาจจะต้องยอมโดนกัด ซึ่งน่าจะถูกใจคอหนังแนว ซอมบี้ เป็นอย่างแน่นอนที่ได้เห็นอะไรแปลกใหม่ในการ วิวัฒนาการ เหล่าเชื้อไวรัสนี้

พร้อมทั้งการรับบทนำของ แบรด พิตต์ ในหนังฟอร์มใหญ่อีกเรื่อง ที่ยังทำหน้าที่นักแสดงนำคนเดียว ที่คุมโทนเรื่องได้อยู่หมัด โดยเฉพาะช่วงท้ายของหนังที่ต้องขอบคุณ ออร่า นักแสดง ที่ทำให้คนดูต้องสะใจ พร้อมกับปรบมือไปกับความเก๋าของเฮียแกได้

ซึ่งมากไปกว่านั้นบางฉากที่ผู้กำกับ มาร์ค ฟอสเตอร์ แอบใส่ลูกเล่นให้มีอารมณ์แอบคล้ายเกมส์ Resident Evil และ Dead Rising อยู่บ้าง พร้อมกับแทรกอารมณ์ขัน สนุก และ สะใจ เป็นจังหวะช่วงๆ จึงทำให้ World War Z จัดได้ว่าเป็นหนังป๊อปคอร์น ที่ขายความบันเทิงของแท้ แบบไม่ต้องแคร์องค์ประกอบด้านอื่น จึงอาจจะทำให้หลายสิ่ง ที่หนังสเกลใหญ่ขนาดนี้สามารถหยิบจับต้อง เอามาเล่นให้เป็นประเด็นเสียดสีได้มาก ต้องตกหล่นไปอย่างน่าเสียดายบ้างก็ตาม แต่กระนั่นแล้ว ในเมื่อมันเป็นหนังซัมเมอร์ ความบันเทิง อย่างเดียวในหนัง มันก็น่าจะพอแล้วไม่ใช่หรือ ?

ตัวอย่างหนัง The Lone Ranger

เรื่องย่อ

มองเห็นหน้าหนังถึงจะคาวบอยขนาดนี้ แม้กระนั้นไม่เชื่อก็จำเป็นต้องมั่นใจว่าผลงานเรื่องใหม่ของกอร์ เวอร์บินสกี้ ที่ Pirates of the Carribbean ใช้ทุนสร้างไปทั้งปวง 250 ล้านเหรียญ กับหนังที่ปรับปรุงแก้ไขดัดแปลงมาจากโทรทัศน์ซีปรี่ย์อย่าง The Lone Ranger ที่มีนักแสดงคู่บารมีอย่างจอห์นนี่ เดปป์ พ่วงด้วย อาร์มี่ แฮมเมอร์ มารับบท วีรบุรุษต้อง ที่จำเป็นต้องสกัดการเกิดการสู้รบระหว่างชนเผ่า ประเทศอินเดีย และก็ คนกรุงตะวันตก ในสไตล์คาวบอยจัดหนัก

เดอะ โลน เรนเจอร์ หน้ากากพิฆาตอธรรมการเสี่ยงภัยสุดตื่นเต้นที่เต็มไปด้วยแอ็คชั่นแล้วก็อารมที่ขัน ที่ซึ่งวีรบุรุษภายใต้หน้ากากได้ถูกปลุกชีพขึ่นมาผ่านมุมมองใหม่ ทอนโต้ (จอห์นนี่ เดปป์) นักสู้ประจำถิ่นอเมริกันกลับมาอีกรอบกับเรื่องราวของความเคลื่อนไหว จอห์น รีด (อาร์มี่ แฮมเมอร์ชายผู้รักษาข้อบังคับ ให้แปลงเป็นตำนานที่ความชอบธรรม ที่จะพาผู้ชมไปสู่มหากาพย์การเสี่ยงภัยสุดตื่นเต้น., น่าแปลกใจแล้วก็เต็มไปด้วยอารมณ์ขัน ของ วีรบุรุษต่างขั้วที่ศึกษาสำหรับเพื่อการร่วมมือ

ส่วนตัวนั้น แต่ก่อน หนังสไตล์คาวบอยเป็นอะไรที่ส่วนตัวผมโน่นค่อนข้างจะติดอกติดใจมากมายโดยยิ่งไปกว่านั้นหนังคาวบอยของ คลินท์ อีสต์วู้ด เนื่องจากมันเต็มไปด้วยความสนุกสนานร่าเริงแบบที่อีกทั้ง ตื่นเต้น แล้วก็ หรู จวบจนกระทั่งมาถึงสมัยการมาของ Wild Wild West ที่ประสมประสานกับเรื่องของ ไซไฟ ถึงจะผิดเพี้ยน รวมทั้ง เจ๊งถล่มทลาย แม้กระนั้นกระโน่นส่วนตัวก็ยังมีความรู้สึกว่ามันยังมีความสนุกสนานที่เพียงพอจะมองเพลิดเพลินเล่น เป็นหนังป๊อปคอร์นได้อย่างไม่เสียหาย ซึ่งโน่นก็เหมือนกับ The Lone Ranger หนังคาวบอยที่เปิดตัว และก็ คะยั้นคะยอ ผู้ชม เสมือนจะเอ่ยถึงเรื่องความชอบธรรม ในทางมุมของ หากไม่พบกับตัวไม่เคยรู้หรอก’ ผ่านนักแสดง จอห์น รี๊ด ทนายความชายหนุ่มที่เชื่อถือว่าทุกสิ่งจะต้องเป็นไปตามกฏหมาย จนกว่าได้มาเจอเรื่องราวป่วนปั่นทั้งหลายแหล่เพราะเหตุว่าถึงหนังจะมีความยาว 150 นาที แม้กระนั้นก็เกิดเรื่องที่น่าสงสัยว่าเพราะเหตุใดหนังถึงเจตนาที่จะย้ำเรื่องราวการนำพาเหตุการณ์วายป่วง ที่หลายสิ่งหลายอย่างก็มองวนเวียน จำเจ มากยิ่งกว่าจะนำเวลาโดยมากมาเสริมบทความแกร่งของผู้แสดง

ทั้งยังมันยิ่งเกิดเรื่องน่าประหลาดมากกว่า ในเมื่อผลงานเรื่องก่อนของผู้กำกับอย่าง Rango อนิเมชั่นกิ้งก่าคาวบอย ที่ทำยกย่องหนังแนวนี้ได้อย่างดีเยี่ยม แต่ว่าพอเพียงมาใน The Lone Ranger หนังกลับหายในสิ่งที่เรียกว่า เสน่ห์ตะวันตก และก็เหลือไว้ก็แค่ โปรดักชั่น ที่แสดงออกว่า เราเป็นหนังคาวบอย’ แม้กระนั้นผู้ชมไม่สามารถที่จะทดลองชิมรสของมันมองได้ หากแม้จะได้ดาราระดับ จอห์นนี่เดปป์ มาร่วมแสดงในบทที่ฟั่นเฟือนแสนบ้า เพิ่มขึ้นเรื่อยๆก็ตาม

สิ่งที่ยังเหลือไว้ให้หนังมีคุณความดี ความชื่นชอบ เต็มๆอาจจะหนีไม่พ้นฉากแอ็คชั่นสเกลใหญ่ ที่ระเบิดเทือกเขา เผารถไฟ ฆ่าประชาชนเกษตรกร กันแบบสาแก่ใจทุนสร้าง 250 ล้านเหรียญกันไปเลย ซึ่งนับได้ว่าเป็นจุดขายหลักของตัวหนังกับด้านของ ความเพลิดเพลิน ที่ผู้กำกับ กอร์ เวอร์บินสกี้ยังสามารถจัดเต็มมาให้ผู้ชมได้อย่างน่ากล่าวยกย่อง โดยยิ่งไปกว่านั้นในตอนไคล์แมกซ์ ส่วนท้าย ที่มีการดึงเอา เพลงธีมหลักของ The Lone Ranger มาใช้ในฉากซึ่งก็หมายความว่าเป็นลู่ทางที่ดี และก็นำมาซึ่งการก่อให้เกิดอารมณ์ความสนุกสนานในต้นแบบตะวันตกที่ยังแตะต้องได้ อยู่ตอนระยะนึง จนกระทั่งบางทีอาจพูดได้ว่า หากแม้ด้านตัวบทจะมองยืดยาว เสน่ห์ของหนังจะไม่เอาถ่าน แต่ว่าถ้าเกิดทำฉากแอ็คชั่นออกมาเหิมใจขนาดนี้ The Lone Ranger ก็จัดว่าเป็นหนังซัมเมอร์อีกประเด็นนึงซึ่งสามารถมองเพลิดเพลินได้ไม่เสียดายตังค์นะครับ

ตัวอย่างหนัง Pacific Rim

เรื่องย่อ

จัดได้ว่าเป็นหนังซัมเมอร์ทุนสูง ที่ตัดต่อแบบอย่าง และก็ ส่วนประกอบหลายอย่างออกมาได้น่าดูทีเดียวสำหรับ Pacific Rim ของผู้กำกับ กิลเลอร์บด เดล โทโร่ จาก Hellboy ภาค พ่วงมาด้วยดาราหนังคู่บารมีอย่าง รอน เพิร์ลแมนไอริส อัลบ้า รวมทั้งคู่พระนางคนใหม่อย่าง ชาร์ลี ฮันแนมรวมทั้ง รินโกะ คินปะทุชิ

ภาพยนตร์ที่ เกี่ยวกับหุ่นยนต์ยักษ์ที่รู้จักกันในชื่อว่า เจเกอร์ส แล้วก็ ควรจะมีคนควบคุม เจเกอร์สร่วมกันถึง คน ซึ่งพวกเขาจำเป็นต้องต่อกรที่จะต่อสู้กับอสูรกายตัวยักษ์ที่มีชื่อว่า ไคจู ที่กำลังจะทำลายโลก และก็ รวมถึงทำลายทรัพยากรของผู้คนด้วยด้วยเหตุนั้นสำหรับในการที่จำเป็นต้องต่อสู้กับตัวประหลาดยักษ์ ทำให้ควรจะมีการประดิษฐ์สร้างสรรค์อาวุธพิเศษขึ้นมา เพื่อต่อกรกับพวกอสูรกายที่กำลังบุกโลก อาวุธที่ว่าโน่นเป็น พบเกอร์ส หุ่นยนต์ยักษ์พร้อมคนควบคุม เรื่องราวการต่อสู้คราวนี้จะคืออะไร หุ่นยนต์ยักษ์จะสามารรับมือกับอสูรกายยักษ์ได้หรือเปล่า ติดตามต่อในโรงหนัง

โดยถ้าเกิดผู้ใดกันเคยได้มองผลงานเก่าๆของผู้กำกับ เดล โทโร่ ไม่ว่าจะเป็น Hellboy, Pan’s Labyrinth หรือแม้กระทั้ง Blade II จะมองเห็นได้ว่าผลงานการออกแบบส่วนประกอบต่างๆไม่ว่าจะเป็นเหล่าตัวประหลาด แล้วก็ ภาพอาร์ตได ต่างออกมางามแล้วก็เป็นเอกลักษณ์ กระทั่งคนเห็นจะต้องทราบได้ในทันทีว่าเป็นงานของ เดล โทโร่ แม้กระนั้นดูเหมือน Pacific Rim จะไม่ใช่แบบนั้นไปซะทีเดียว เนื่องจากเมื่อมองเห็นครั้งแรกคนอีกจำนวนไม่น้อยก็คงคิดกันไปแล้วว่า ก๊อป เอวาเกมัน มา , ก๊อป กันดั้ม , ก๊อป อุลตร้าแมน แล้วก็ต่างๆนานา แม้กระนั้นก็น่ามหัศจรรย์ไม่ใช่น้อย เมื่อความรู้สึกพวกนั้นกลายเป็นสิ่งที่ทำให้หนังดูดีขึ้นไปอีกระดับ

เนื่องจากว่าแม้ Pacific Rim จะเป็นหนังฮอลลีวู้ดร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ว่าไม่น่าเชื่อว่าหนังกลับดึงอารมณ์ความรู้สึกเก่าๆราวกับตอนดูหนังหุ่นยนต์สู้อสูรกายของประเทศญี่ปุ่นได้มาครั้งละนิดทีละน้อยๆราวกับว่าข้างดารานำชายมาจาก เอวาเกมัน รวมทั้งข้างตัวร้าย ไคจู มาจากตัวประหลาดใน อุลตร้าแมน แม้กระนั้นมีส่วนผสมของมังงะหลายเรื่องรวมอยู่ในนั้น ซึ่งจำเป็นต้องขอชูความดีความชอบให้กับผู้กำกับ กิลเลอร์บด เดล โทโร่ ที่นอกเหนือจากที่จะเดินเรื่องตลอดระยะเวลา 130 นาทีได้อย่างไม่มีเบื่อแล้ว ฉากแอ็คชั่น ในแต่ละซีเควนส์ของหนัง ยังสามารถจัดเต็มออกมาได้ในระดับเดียวกัน พูดได้ว่าไม่มีฉากแอ็คชั่นไหนของหนังที่สร้างมาเพื่อฆ่าเวลา หมู สุนัข กา ไก่ ราวกับหลายเรื่อง ด้วยเหตุว่าทุกฉากแอ็คชั่นกลับดูเหมือนจะนำเอาไปเป็น ไคล์แม๊กซ์ ของหนังอีกหลายเรื่องได้อย่างยิ่งจริงๆ

ซึ่งการรับบทบาทพระ นาง ของ ชาร์ลี ฮันแนม แล้วก็ รินโกะ คินระอุชิ ก็สามารถเล่นได้เข้ากันอย่างไม่ขัดข้อง พร้อมด้วยการผสมมุกขบขันแนวกวนประสาทให้กับนักแสดงของ รอน เพิร์ลแมน แล้วก็ไอริส อัลบ้า ก็จัดได้ว่าเป็นสีสันอีกอย่างของ เดล โทโร่ ซึ่งสามารถกระจัดกระจายบทให้กับผู้แสดงรวมทั้ง ดารา ได้อย่างทั่วถึงอย่างแท้จริง

โดยถ้าเกิดจะให้ว่ากล่าวตัวหนัง อาจจะมีอยู่อย่างนึงใหญ่คงจะเป็นด้านของตัวบทหนัง ที่เดินเรื่องตามแบบหนังแอ็คชั่นดาดๆทั่วๆไป ไม่มีอะไรแปลกใหม่ กล่าวได้ว่าวางไดอะล็อคของหนังไว้อย่างพอดีว่า ฉันจะขายแม้กระนั้นความมันส์’ ก็เลยทำให้ด้านความสดใหม่ รวมทั้ง เหตุผลหลายประการของหนังถูกตัดทิ้งไป ถึงแม้ว่าจะแอบมีบางประโยคอย่างจะพาให้ตัวหนังออกนอกสมุทร เพื่อไปเล่นประเด็นต่างให้ชื่นชอบนักวิพากษ์วิจารณ์บ้างก็ตามแต่

แต่ว่าก็อย่างว่า หากว่ามองไม่ซีเรียสอะไร Pacific Rim ก็จัดได้ว่าเป็นหนังบล็อคบัสเตอร์ ป๊อปคอร์นทุนสูง ในซัมเมอร์ปีนี้ ที่จัดเต็มด้านความมันส์ ความเพลิดเพลิน ก้าวหน้าไม่แพ้ในระดับ Man of Steel รวมทั้ง World War Z เลยก็ว่าได้

ตัวอย่างหนัง Red 2

เรื่องย่อ

กลับมาแล้วกับหนังภาคต่อที่ผลิตจากการ์ตูนของ DC Comics ใน Red ที่ในภาคต่อนี้ได้ผู้แสดงจากภาคแรกอย่าง รูซ วิลลิส, แมร์ปรี่ ฝ่าส์ พาร์คเกอร์, จอห์น มัควัววิช ร่วมด้วย แอนโธนี่ ฮ๊อปกินส์มาแจม จากการดูแลของ ดีน พาริซ๊อต

เรื่องราวของ แฟรงค์ โมเซส สมัยก่อนยอดเยี่ยมหน่วยสืบราชการลับของสหรัฐอเมริกาทำการณ์ลับ ที่สาบานกับทุกคนแล้วว่าจะวางมือจริงๆแต่ว่าแล้วเขายั้งใจไม่ไหวกลับไปร่วมกลุ่มกับเพื่อนเก่าอีกรอบในภารกิจตามหาตัวจุดปรมาณูแบบนำพา ที่ฝูงคนทั้งโลก ไม่ว่าจะเป็นกองกองทัพต่างประเทศ ผู้ก่อให้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรง และยังรวมไปถึงคนภายในรัฐบาลของตน อยากครองเพื่อที่ค้นหาผลดีจากมันแฟรงค์ รวมทั้งกลุ่มของเขาได้เดินทางไปอีกทั้งกรุงปารีสลอนดอน และก็มอสโคว์ แล้วก็ใช้ความรู้พิเศษและก็ประสบการณ์อันเก๋าสำหรับในการช่วยโลกด้วย

โดยในภาคแรกของ Red จำต้องสารภาพว่าส่วนตัวผมค่อนข้างจะผิดหวังในระดับนึง เนื่องมาจากมุ่งหวังที่กำลังจะได้แอ็คชั่นอะไรที่มันตูมตามมากยิ่งกว่านี่ ด้วยเหตุผลดังกล่าวในภาคต่อของหนังชุดนี้ความมุ่งมาดก็เลยเริ่มลดมา และก็เพียงแค่มีความคิดว่าได้มองเห็นคุณลุงป้ามาบู๊กันเพียงพอมองเห็นพอเหมาะก็คงจะได้สมหวังแล้ว แม้กระนั้นปรากฏว่าหนังภาคต่อชุดนี้กลับสร้างความเซอร์ไพรส์พอเหมาะพอควร ด้วยเหตุว่าเอาเข้าอันที่จริงแล้ว Red 2 ถือเป็นการนำเอาสูตรการเดินเรื่อง รวมทั้งทั้งหมดทุกอย่าง ในภาคแรกมาอัพเกรด ยกฐานะ ให้ทุกสิ่งมันมองเร็วขึ้น รวมทั้ง สนุกขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับในการเดินเรื่องที่ย้ำการตัดต่อแบบฉับไว ไม่พองเรื่อยๆแบบในภาคแรก

นอกจากในฉากแอ็คชั่น การได้ ลีบยองฮุน มาร่วมแจมกลุ่ม ก็นับว่าบรรลุผลสำเร็จสำหรับการสร้างฉากแอ็คชั่นที่เน้นย้ำขายท่าทางความคุยโวมากขึ้นเรื่อยๆกว่าเดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงท้ายที่นำเอาเพลง Given Up ของ Linkin Park มาผสมในฉากแอ็คชั่นเยี่ยมแล้วก็รวมทั้งในอีกหลายฉากที่ได้ดนตรีประกอบหนังมาช่วยไว้นั้น ก็สามารถทำให้ฉากแอ็คชั่นเตะต่อย ที่ดูเหมือนจะปกติ เปลี่ยนเป็นความอวดที่สนุกพอควร

แต่ว่าโชคร้ายในทางตรงกันข้าม เมื่อความสนุกสนานของหนังได้มากขึ้น ประสิทธิภาพของตัวหนังก็กลับลดน้อยลงในด้านของตัวบท และก็ หัวข้อแบ่งย่อย ไม่ว่าจะเป็นชีวิตการครองเรือนของ แฟรงค์ ร่วมไปถึง รูปความ ของตัวหนังที่บางทีก็อาจจะออกมาค่อนข้างจะหละหลวมรวมทั้งมีช่องโหว่มากไปหน่อยถ้าเกิดให้เทียบกับการเดินทางตามหาตัวฆาตกรในภาคแรกแล้วละก็

ซึ่งด้านดาราหลักในภาคนี้อีกทั้ง รูซ วิลลิส ,แมร์ปรี่ ฝ่าส์ พาร์คเกอร์, จอห์น มัลวัววิช, เฮเลนไม่เรน แล้วก็ แอนโธนี่ ฮ๊อปกินส์ ก็ต่างนับว่าสร้างสีสันได้พองาม โดยในรายข้างหลังซึ่งสามารถเล่นบทบาทปั่นป่วนๆต๊องๆได้มีลูกเล่นจนถึงทำเอาลืมหน้าที่ของ ดร.ฮันนิบาล ไปในขณะนึง เหมือนกันกับรูซ วิลลิส แล้วก็ จอห์น มัลวัววิช ที่มีมุกขบขันแทรกสอด ให้เข้าขากันก้าวหน้าไม่แพ้กับ ภาคแรกรวมถึง แมร์ปรี่ ฝ่าส์ พาร์คเกอร์ ที่มีหน้าที่มากยิ่งกว่าเดิม แถมยังได้มีการปลดปล่อยมุกฮา เสริมความน่ารักน่าเอ็นดูเล็กให้กับตัวหนังอีกด้วย

โดยสรุปแล้วผมรู้สึกว่า Red 2 เป็นภาคต่อที่สนุกสนานกว่าภาคแรกพอเหมาะพอควร ไม่ว่าจะเป็นด้านของ ฉากแอ็คชั่น หรือ การเดินเรื่อง ที่ดูแล้วไม่มีเบื่อ รวมทั้ง ไม่เฉื่อยชาเท่าภาคแรก ต่อให้เต็มไปด้วย ช่องโหว่ ที่เยอะแยะเกินความจำเป็นก็ตาม

ตัวอย่างหนัง ทีเซอร์ Dunkirk – ดันเคิร์ก

เรื่องย่อหนัง
หนัง Dunkirk เรื่องราวมาจากบันทึกเหตุการณ์สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เกี่ยวกับการอพยพทหารฝ่ายพันธมิตรจากท่าเรือดันเคิร์ก ในปฏิบัติการครั้งนั้นสามารถรักษาชีวิตของกลุ่มทหารฝ่ายพันธมิตรไว้ได้กว่า 330,000 นาย จากการปิดล้อมของเยอรมัน