ตัวอย่างหนัง Silence

Silence เลื่อมใสไม่เงียบ กล่าวถึงเรื่องราวของ นักบวชเฟอร์เรรา เดินทางไปเผยแพร่ศาสนาคริสต์ที่ประเทศญี่ปุ่น เขาล่องหนไปอย่างลึกลับ มีเพียงสาส์นที่เขาได้ส่งมาจากคริสตจักรกล่าวว่าเขาได้ทอดทิ้งพระผู้เป็นเจ้าแล้วก็ปล่อยตนเองจากศาสนาคริสต์แล้ว ทำให้ นักบวชโรดิเกซ แล้วก็ นักบวชการูเปศิษย์ทั้งคู่คนจำต้องสมัครใจเข้าไปยังดินแดนที่มีการกำจัดผู้เชื่อถือศาสนาคริสต์ในประเทศญี่ปุ่นเพื่อตามหานักบวชเฟอร์เรรา

แน่ๆว่าเรื่องราวที่เกิดในหนังล้วนแต่มีข้อมูลเกี่ยวกับการเชื่อถือศาสนา แทบทุกฉากทุกตอนได้เปิดเผยให้มองเห็นถึงความขมักเขม้น เลื่อมใส รวมทั้งจิตวิญญาณของศาสนิกชนที่มีความศรัทธาต่อศาสนาคริสต์ ก็เลยทำให้หนังส่งพลังอย่างมาก โดยเฉพาะการถ่ายทอดอารมณ์ของดาราหนังประสิทธิภาพอย่าง Andrew Garfield ก็เรียกว่าขาดลอยแล้ว และก็อารมณ์ความรู้สึก เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเรื่องก็ยิ่งส่งพลังนั้นมากขึ้นไปอีก

ยิ่งกว่านั้น เมื่อได้ดูภาพยนตร์แล้วยังส่งผลให้มีการถามเกี่ยวศาสนาว่า ศาสนาเป็นอย่างไร เหตุไรจะต้องยึดติดกับรูปเคารพนับถือ ตามที่เป็นจริงแล้วพวกเรารู้เรื่องศาสนาที่พวกเราเชื่อถืออย่างแท้จริงไหมและก็ที่สำคัญควรจะหรือเปล่าที่ฝ่าฝืนความเชื่อถือ ความเลื่อมใสของคนอื่นๆ เพียงแค่เพราะว่าต่างเชื้อชาติ ต่างศาสนา ด้วยการถามกลุ่มนี้เองทำให้พวกเราได้มีเวลาใส่ใจคิดทบทวนกับเรื่องที่เกิดขึ้น เรียกว่าภาพยนตร์หัวข้อนี้เป็นเครื่องพร่ำสอนจิตใจได้อย่างดีเยี่ยม

ในทางตรงกันข้ามหากแม้ตัวหนังจะมานะสื่อให้มองเห็นถึงความอยุติธรรมที่เกิดสังกัดผู้เชื่อถือศาสนาคริสต์ แม้กระนั้นก็จะต้องดูย้อนกลับไปเหมือนกันว่าจุดมุ่งหมายเริ่มแรกของศาสนาคริสต์ที่เข้ามาเผยแพร่คราวแรกนั้นเป็นอย่างไร ถ้าหากไม่ใช่ว่าอยากเป็นประเทศราชหรืออุตสาหะชักพาให้ผู้คนกลับไปเชื่อถือศาสนาของตนเอง ซึ่งตัวหนังถ่ายทอดรายละเอียดออกมาออกจะมีความย้อนคัดค้าน บางฉากบางตอนศาสนาคริสต์พากเพียรสื่อให้มีความคิดเห็นว่าศาสนาของตนเองมีความพิเศษกว่าศาสนาอื่น แล้วก็ให้ค่าศาสนาอื่นเป็นผู้ไม่มีอารยะ ชั่วร้ายผ่านญี่ปุ่น แม้ว่าจะมีการพรีเซนเทชั่นรายละเอียดสาระสำคัญของทั้งคู่ศาสนาเพียงค่อนไปทางศาสนาคริสต์มากยิ่งกว่า ในจุดนี้เองบางทีก็อาจจะเกิดเรื่องที่ค่อนข้างจะสุ่มเสี่ยงพอเหมาะพอควร

อย่างไรก็ดี สิ่งที่สื่อให้มองเห็นอย่างเห็นได้ชัดอีกหนึ่งเรื่องที่สำคัญเป็น ความเชื่อถือ จะว่าไปการเปิดเผยแผ่ศาสนาเกิดเรื่องที่สาวกควรทำ แม้กระนั้นในเมื่อประเทศชาติที่ไปเผยแผ่นั้นต้านทาน เพราะอะไรถึงจำเป็นต้องดื้อดึงอยู่ถัดไป จะเรียกว่าความเชื่อถือเช่นไร ถ้าหากเชื่อถือนั้นนำมาซึ่งความเจ็บปวดรวดร้าวสาหัส ปากกล่าวว่าเพื่อพระผู้เป็นเจ้า ด้วยความทรมาทรกรรมทั้งหลายแหล่นี้พระผู้เป็นเจ้าได้มองเห็นไหม หรือตามที่เป็นจริงแล้ว พวกเรามีพระผู้เป็นเจ้าองค์เดียวกัน เพียงแค่ต่างเชื้อชาติ ต่างเชื้อสายกันเพียงเท่านั้น ด้วยเหตุนั้นก็เลยคือเรื่องของผู้ชมที่จำเป็นต้องตกลงใจเองว่าศาสนาเป็นยังไงทำไมก็เลยยังมีปัญหาความไม่ลงรอยกันเกิดขึ้นไม่จบไม่สิ้น

ตัวอย่างหนัง Killing Ground

Killing Ground ดินแดนต่ำช้า เกี่ยวกับเรื่องราวของแฟนที่ตกลงใจไปพักด้วยการไปตั้งแคมป์กึ่งกลางป่า พวกเขาพบว่ามีเต็นท์ได้กางไว้แม้กระนั้นไม่มีคนอาศัยอยู่ ทั้งสองมีความคิดว่าไม่นานผู้ครอบครองเต็นท์นั้นต้องกลับมา พวกเขาก็เลยตั้งเต็นท์อาศัยอยู่ใกล้ๆกัน เวลาผ่านไปแล้ว คืน ยังไม่มีผู้ใดกลับมาที่เต็นท์อันว่าไม่นี้ ทั้งคู่ก็เลยเริ่มรู้สึกถึงความผิดแปลกอะไรบางอย่าง แม้กระนั้นมันบางครั้งก็อาจจะสายเกินความจำเป็นแล้ว

ด้วยเรื่องราวอันแสนระทึกที่เกิดขึ้นในรูปภาพยนตร์นั้น ผู้คนจำนวนมากบางครั้งอาจจะมีความเห็นว่ามีโครงเรื่องแนวนี้มาบ้าง แต่ว่ายังไม่เท่าไรนัก ก็เลยค่อนข้างจะเป็นการเปิดประสบการณ์ความระทึกแบบใหม่อย่างยิ่งจริงๆ แม้ได้ดูแบบอย่างภาพยนตร์แล้วจะมีความเห็นว่าตัวหนังต้องการจะสื่อให้มองเห็นความเงียบวังเวงเป็นหลัก อีกทั้งบรรยากาศในรถยนต์ ในป่า ในเต็นท์ ล้วนแต่เชิญชวนให้หัวใจคิดระแวงรวมทั้งรู้สึกไม่ปลอดภัย มีเพียงแค่สัตว์ยามค่ำคืน สายลมเรื่อยๆ ใบไม้ไหว ไม่มีผู้คน ทำให้ผู้ชมได้สัมผัสแรงกดดัน ความสงบเงียบที่อยู่ในเรื่องก็เลยเปรียบได้กับคลื่นใต้น้ำที่คอยวันปะทุขึ้นมา ไม่อาจจะเดาได้

ด้วยเหตุว่าฉาก บรรยากาศที่มองเห็นในเรื่องมีแค่เพียงป่า เรียกว่าคืบก็ป่า ศอกก็ป่า มันก็เลยสร้างความเหมือนจริงได้มากขึ้น ผู้แสดงไม่สามารถหนีจากเหตุการณ์อันไม่ดีด้วยข้อกำหนดหลายอย่างในจุดนี้เอง ทำให้ผู้ชมรู้สึกเคร่งเคลียดไปกับผู้แสดงที่จนตรอก ไม่มีทางออก รวมทั้งจำเป็นต้องเอาใจช่วยไปกับการจัดการปัญหาเพื่อเอาชีวิตรอด เรียกว่าลุ้นจนกระทั่งเกร็งอย่างยิ่งจริงๆ ทั้งจะต้องรอสงสัยว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นบ้าง แม้ว่าจะคาดการณ์ได้ แม้กระนั้นก็ทำเอาอกสั่นขวัญแขวน นั่งแทบจะไม่ติดเก้าอี้

สิ่งหนึ่งที่หนังสื่อออกมาได้อย่างแจ่มแจ้งเป็นรากฐานของความเป็นคน ไม่ว่าจะเป็นด้านร่างกายหรือจิตใจ ความชั่วร้าย ดิบหยาบคายที่เกิดขึ้นนั้นมิได้เกิดขึ้นได้เพราะมีสาเหตุเนื่องมาจากธรรมชาติ แม้แม้กระนั้นขึ้นกับเหตุการณ์และก็เวลา ซึ่งเป็นเครื่องทดลองจิตใจชั้นเลิศและก็ได้ปลุกสัญชาตญาณการเอาชีวิตรอด ก็เลยทำให้มองเห็นถึงแก่นแท้ของความเป็นคนว่าถ้าเกิดว่าไม่มีสิ่งกระตุ้นมากมายระตุ้นก็จะมองไม่เห็นสิ่งที่อยู่ลึกด้านในจิตใจ อาทิเช่นคู่ชีวิตในเรื่อง

แต่ ในหนังก็ยังมีจุดที่ขัดใจบ้าง แม้กระนั้นก็มิได้ทำให้เสียอรรถรสสำหรับในการดู ด้วยการเล่าเรื่องตัดสลับสมัยก่อนกับตอนนี้อาจจะก่อให้มึนงงในตอนเริ่ม แม้กระนั้นพอใช้ได้ไล่เรียงดูแล้วก็สามารถรู้เรื่องได้อย่างง่ายๆ เหนือสิ่งอื่นใดจะมีความเห็นว่ารากฐานของคนเราและก็สัตว์นั้นมีความคล้ายกันขาดเพียงแค่ช่องทางสำหรับเพื่อการอบรมเพียงแค่นั้น ไม่แน่บางทีสัตว์ยังมีความปรานีต่อสิ่งมีชีวิตมากยิ่งกว่ามนุษย์ร่วมกันเองเสียด้วยซ้ำ

ตัวอย่างหนัง Hummingbird

เรื่องย่อ

Hummingbird นับว่าเป็นงานที่ต่างออกไปของ เจสัน สเตแธม มันเป็นงานที่เรียกใช้ความสามารถทางการแสดงทางอารมณ์แล้วก็สีหน้าท่าทางมากยิ่งกว่าท่าทางต่อยเตะแบบธรรมดาในหนังของเขาทำให้พวกเราทราบว่า เจสัน ไม่ใช่ดาราหนังที่ขายแม้กระนั้นความสามารถทางด้านแอ็คชั่นเพียงอย่างเดียว แม้กระนั้นยังสามารถแสดงอารมณ์ความรู้สึกออกมาได้ในระดับที่น่าพึงพอใจอย่างยิ่งจริงๆ

แต่ Hummingbird ก็ไม่ใช่งานที่ขายความเบิกบานใจอะไร ซึ่งอาจจะเป็นผลให้ผู้ใดกันความคาดหวังจะมาดูฉากแอ็คชั่นแบบรุนแรงตามสไตล์ดารานำชายหัวผม น้อยแล้วละก็ บางครั้งก็อาจจะจะต้องผิดหวังกับหนังประเด็นนี้

Hummingbird ได้ผลงานควบคุมของ ตีเว่น ไนท์ สมัยก่อนผู้เขียนบทหนังอย่าง Dirty Pretty Things แล้วก็ Eastern Promises ที่ผันตนเองมากำกับหนังเป็นครั้งแรก หนังเล่าราวของ โจอี้ โจนส์ (เจสัน สเตแธม) สมัยก่อนทหารหน่วยรบพิเศษประจำอัฟกานิสถาน ที่หนีศาลทหารกลับมาที่อังกฤษแล้วก็หวังจะเริ่มชีวิตใหม่อีกที เพียงแต่ว่าเขายังมีเรื่องมีราวราวความแค้นที่จำต้องสะสางให้เสร็จซะก่อน และก็โน่นทำให้เขาได้เจอกับ คริสตำหนิน่า (อากาต้า บูเซ็ก) แม่ชีที่ดูแลสถานสงเคราะห์ จนกระทั่งกำเนิดเป็นความสมาคมที่ผิดแผกระหว่างทั้งคู่

การลำดับที่สองผู้แสดงหลักมีสถานะที่แตกต่าง คนหนึ่งเป็นคนหนีทหารมือเลอะเทอะเลือด กับอีกคนเป็นคนรับใช้ศาสนา ให้โอกาสให้หนังได้เล่นกับการถามในเรื่องของความดีงามชั่วช้าสารเลวแล้วก็คุณธรรม แต่หนังก็นำหัวข้อนี้มาเล่นเพียงแต่ผิวเผินแค่นั้น

เนื่องจากหนังเลือกที่จะจับเรื่องหัวข้อที่ง่ายดายกว่าอย่าง ?ความรักโดยใช้ไม่เหมือนกันของคนทั้งคู่มานำเสนอได้น่าดึงดูดพอเหมาะพอควร กับโจอี้ โจนส์ ที่เป็นตัวละครสีเทาที่ชี้ให้เห็นทั้่งด้านดีแล้วก็ด้านเลวทราม เวลาที่แม่ชีคริสว่ากล่าวน่า ก็มีความอัดอั้นตันใจบางสิ่งในตัวอันเหตุเพราะการเข้ามาสู่ศาสนาด้วยเหตุผลทาง ข้อบังคับไม่ใช่จากเลื่อมใส ทั้งคู่ไม่ส่วนเติมเต็มของกันและกัน ที่ทำให้ความเกี่ยวเนื่องแปลกนี้น่าเอาใจช่วย เนื่องจากราวกับเป็นการปล่อยผู้แสดงให้ไม่มีอะไรค้างในใจ จนถึงเอามาข้อสรุปช่วงท้ายในแนวทางที่นับว่าจบเจริญทั้งสองฝ่าย

ฉากแอ็คชั่นในประเด็นนี้ มีเพียงแต่ให้มองเห็นท่าทางที่แสนอันตรายของโจอี้ โจนส์ แค่นั้น มิได้อยากใส่มาเพื่อตอบสนองผู้ชมอะไร แต่ว่าเนื่องจากว่าความแข็งแกร่งของโจนส์ทำให้การแก้เงื่อนของเขาไม่มีอะไรให้ลุ้นให้ตื่นเต้น

ยิ่งไปกว่านี้หนังยังมีข้อความสำคัญของ เรื่องของความดีความชอบและก็ความชั่วช้าสารเลว หากแม้เครื่องวัดทางศาสนาจะเห็นว่าการฆ่าเป็นบาป แต่ว่าบางโอกาสพวกเราก็ไม่บางทีอาจกล่าวร้ายได้ว่ามันเป็นเจตนาของการตัดสินใจ ถ้าหากพวกเราได้รับทราบเรื่องราวเบื้องหน้าเบื้องหลังอย่างกรณีของคริสติเตียนน่า รวมถึงการล้างแค้นของโจนส์ ที่มองดูเป็นสีเทาบางครั้งพวกเราบางทีอาจเห็นอกเห็นใจแล้วก็บางทีอาจเกื้อหนุนสิ่งที่พวกเขาทำ ถึงกระนั้นหนังก็มิได้กล่าวว่า

สิ่งที่ผู้แสดงในเรื่องทำเป็นสิ่งที่ถูก แม้กระนั้นหนังตั้งปัญหาเพื่อผู้ชมเป็นผู้ตอบว่า ความดีเลิศต่ำทรามในแบบของคุณเป็นอย่างไร??? หากแม้ในรูปภาพรวมหนังจะเล่าแบบลอยล่องไปนิด แม้กระนั้นมันก็เป็นหนังที่ทำให้พวกเราได้มองเห็นอีกมุมมองหนึ่งทางการแสดงของดาราที่ ชื่อ เจสัน สเตแธม รวมทั้งถึงจะเป็นการควบคุมเรื่องแรกของ ตีเว่น ไนท์ ในมุมมองผมจัดว่าสอบได้ เนื่องจากว่านับว่าเป็นผู้กำกับที่เลือกจะเล่าหัวข้อยากไม่ค่อยมีผู้ใดกันแน่เขาทำกัน ซึ่งน่าติดตามในผลงานชิ้นถัดไปว่าจะดียิ่งขึ้นหรือเปล่า!

อนึ่งชื่อหนัง Hummingbird ที่ในเรื่องเป็น ชื่อเรียกชื่อของเรือบินสืบแบบไม่มีผู้ขับที่ใช้ในประเทศอัฟกานิสถานที่ ผู้แสดงนำชายของเรื่องไปทำหน้าที่ ซึ่งที่จริงก็มิได้เกี่ยวเนื่องกับประเด็นนี้เท่าไรนักนอกเหนือจากฉากหลอนของโจน ส์ในช่วงต้นเรื่อง ที่ถ้าคนใดกันจะแปลความก็ดูเหมือนจะไม่สำคัญแล้วก็เสียเวลาเปล่า หนังควรที่จะใช้ชื่อ Redemption (การไถ่คืนถอน การชดเชย การชำระล้างที่ใช้โฆษณาที่อเมริกาจะมองแจ่มแจ้งกับแนวทางของหนังมากยิ่งกว่าน่ะ!

ตัวอย่างหนัง The Silent War

เรื่องย่อ

ตั้งแต่ภาพยนตร์ประเทศฮ่องกงถูกปฏิรูป (ข้อใช้คำนี้คงจะไม่เกินเลยจากภาพยนตร์ Infernal Affairs เมื่อปี 2002 ภาพยนตร์ก็ถูกใช้เป็นต้นแบบอ้างอิงกับภาพยนตร์อีกหลายเรื่องต่อจากนั้นแล้วก็ทำให้ผู้ที่มีการเกี่ยวข้องกับภาพยนตร์หัวข้อนี้เลื่องลือแล้วก็งานถูกกันทุกคน อลัน มัค นักเขียนบทแล้วก็ผู้กำกับร่วมกับ แอนดรูว์ เลา ก็เลยเป็นด้ามจับตามงมากขึ้น และก็กับผลงานปัจจุบันของเขาThe Silent War เขาก็ยังคงปฏิบัติภารกิจเขียนบทรวมทั้งดูแลร่วมด้วย เฟลิค ควร ผู้เขียนบทร่วมจาก Infernal Affairs

The Silent War หนังปรับเปลี่ยนมาจาก Ting Feng Zhe (นักฟังเสียงสายลมซึ่งเป็นตอนหนึ่งในนิยายโจรกรรม Plot Against ของ ม่าเจีย ที่พิมพ์เมื่อปี 2005 และก็เป็นที่นิยมเป็นอย่างมากในกลุ่มนักอ่าน เล่าราวของ เหอปิง (เหลียงเฉาเว่ย) ช่างตั้งสายเปียโนตาบอดที่มีความถนัดการฟังเสียงเยี่ยม กระทั่งถูก ฉางสวี่หนิง (โจว ซุนสายหญิงผู้กล้าหาญจากหน่วย 701 ดึงตัวมาร่วมงานเพื่อช่วยแอบฟังคู่อริที่ใช้รหัสมอสำหรับเพื่อการติดต่อติดต่อ ในตอนการสู้รบการบ้านการเมืองของจีนเมื่อปี1950 จนกระทั่งเอามาสู่ความเกี่ยวข้องพิเศษระหว่างเขารวมทั้งคุณ

หากแม้เรื่องย่อแล้วก็หน้าหนังจะดูราวกับว่าหนังแนวสายเชิงสอบปากคำ แม้กระนั้นเอาเข้าจริง นี่เป็นหนังรักที่มีหน้าข้างหลังเป็นความวุ่นวายของประเทศระหว่างรัฐบาลกับ ข้างขบถ รวมทั้งการที่หนังเล่นหัวข้อการไต่สวนด้วยการแอบฟังรหัสมอเพื่อถอดใจความข่าวสาร การเคลื่อนไหวของคู่อริ ทำให้The Silent War จัดเป็นหนังท่ายาก เพราะเหตุว่าไม่ใช่ง่ายเลยสำหรับในการเสนอเรื่องราวสายในตอนสงครมการบ้านการเมืองที่ ไม่มีฉากยิง ฉากการรบ มีก็แค่การฟังเสียงและก็เคาะรหัสเป็นเนื้อความออกมา

แม้กระนั้นน่าประหลาดใจว่า The Silent War กลายเป็นหนังที่เชิญติดตามแล้วก็มองสนุกสนานพอควร แม้ว่าจะเกิดเรื่องเกี่ยวกับการถอดรหัสที่ผู้ชมทั่วๆไปน้อยนักที่จะรู้เรื่อง กรรมวิธีการของมัน แต่ว่าหนังก็เล่ากระบวนการในแบบอย่างกล้วยๆให้ผู้ชมพอเพียงรู้เรื่องรวมทั้งติดตามเรื่องราวไปได้ประกอบกับมีเรื่องมีราวราวนอกเหนือจากการถอดรหัส ก็คือการปฏิบัติการสอบปากคำตามแบบฉบับของหนังสายจริง ที่เมื่อเอามารวมกับการถอดรหัส ทำให้มองเห็นถึงจุดสำคัญของการถอดรหัสว่าเอาจริงเอาจังแล้วก็เต็มไปด้วยความเป็นความตาย ขนาดไหน

หนังมีการดีไซน์งานสร้างที่เหมือนจริง ยิ่งใหญ่ ฉากแล้วก็รูปร่างหน้าตาสไตล์การแต่งตัว ที่ชี้ให้เห็นถึงความละเอียดลออของผู้ผลิตรวมทั้งคณะทำงานผู้ออกแบบ ยิ่งกว่านั้นยังได้เรื่องถ่ายรูปอันเยี่ยมที่ช่วยเสริมให้หนังประเด็นนี้ เป็นหนังที่มีความประณีตและวิจิตรบรรจงสวยงามเรื่องหนึ่งในรูปภาพยนตร์ประเทศฮ่องกงสมัยข้างหลังอย่างยิ่งจริงๆ

อย่างที่รายงานในตอนแรกว่า The Silent War เป็นหนังท่ายาก เพราะว่าการนำเสนอการแอบฟังถอดรหัสนั้น นับว่าเป็นหัวใจหลักของหนังหัวข้อนี้ ถ้าหากพรีเซนเทชั่นออกมาได้ไม่ดีพอเพียง ก็จะก่อให้ภาพรวมของหนังเสียหายกระทั่งเปลี่ยนเป็นหนังที่เล่าได้ห่วยไปท้ายที่สุด แม้กระนั้น อลัน มัค แล้วก็เฟลิค ชอง ก็เก่งกล้าสำหรับการดัดแปลงแก้ไขนิยายให้ออกมาเป็นภาพของการไขรหัสมอได้อย่างน่าพึงพอใจ แล้วก็เชิญชวนว่ากล่าวตดาม หากแม้ผู้แสดง เหอปิง จะเป็นคนตาบอด แต่ว่ามิได้แสดงว่าจินตนาการของเขาสำหรับในการสร้างภาพในหัวจะหายไป การนำเสนอแบบให้มองเห็นถึงภาพลักษณ์ในหัวของเหอปิง ว่ารหัสมอที่ส่งมีเนื้อความอะไร น้ำหนักสำหรับการส่งรหัสคืออะไร จนกระทั่งมาสู่การประมาณสัณฐานรวมทั้งนิสัยของบุคคลที่ส่งข้อความ นับเป็นสิ่งที่นับว่าหนังตีปัญหาในส่วนนี้ได้แตก และไม่ทำให้การตำหนิตามการถอดรหัสนั้นน่ารำคาญ (ซึ่งส่วนนี้จำต้องชูคุณงามความดีให้กับ ม่าเจีย สำหรับในการนิพนธ์นิยายที่เต็มไปด้วยเนื้อหาให้สนุกสนาน)

ซึ่งการถ่ายทอดเสียงในเรื่องก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ทำออกมาเจริญ การผลิตความไม่เหมือนของเสียของการส่งรหัส ไม่ใช่สิ่งที่จะสื่อให้ผู้ชมทั่วๆไปที่มิได้มีหูหรือการฟังขั้นเทวดาให้รู้เรื่อง ได้อย่างง่ายดายแต่ว่าหนังก็พรีเซนเทชั่นออกมาได้เด่นชัดรวมทั้งการที่หนังได้รางวัลบันทึกเสียงเยี่ยมยอดจากเวทีAsia-Pacific Film Festival ก็เป็นเครื่องยืนยันถึงความยอดเยี่ยมนี้ โดยคนบันทึกเสียงนั้นเป็นชาวไทย คน ก็คือ ตรีเทวดา สกุลไพบูลย์ รวมทั้ง ณพวัฒน์ ลิขิตตระกูล ซึ่งน่าดีใจไม่น้อยเลยกับการบรรลุผลของภาพยนตร์ระดับทวีปเอเชียที่มีคนประเทศไทยเข้าไปเป็นส่วนร่วม

ถึงแม้การบันทึกเสียงจะทำเป็นดี แม้กระนั้นการนำเสนอเรื่องราวในบางช่วงบางตอนยังมีความไม่สม่ำเสมอ ซึ่งมักเป็นซีนสำคัญที่เกี่ยวพันกับเหอปิงดารานำชายของเรื่องทั้งหมด ที่ชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมโยงของนักแสดงที่เสนอแบบรวบรัดไปนิด ซึ่งบางฉากแม้ขยี้มากยิ่งกว่านี้จะก่อให้เรื่องมองหนักแน่นแล้วก็ทำให้รู้เรื่องความ รู้สึกของผู้แสดงเยอะขึ้น อย่างเช่น ความเชื่อมโยงของเหอปิงและก็ฉางสวี่หนิงที่ดูเหมือนจะรีบให้มีเรื่องมีราวความรักเข้ามา เร็วไปนิด แม้ว่าจะปูใจความสำคัญมาก่อน แม้กระนั้นก็เป็นในส่วนของเรื่องงานเสียมากกว่า ยังมีความเชื่อมโยงระหว่างเหอปิงกับหญิงสาวในหน่วยคนหนึ่งที่สุดด้านหลังได้เป็น เมียของเขาก็ดูเหมือนจะรีบร้อนไปนิด แม้ว่าจะรู้ดีว่าเพราะอะไรทั้งสองถึงรู้สึกชื่นชอบกัน รวมทั้งยังมีฉากที่เหอปิงเกลียดชังตนเองที่ไม่อาจจะสืบหาคลื่นส่งรหัสอันนำ มาสู่การตายของคนสำคัญในชีวิตของเขา ที่ทำให้เขาซึ่งได้รับการผ่าตัดจนกระทั่งสามารถมาเห็นได้แล้วกลับทำลายดวงตาของตนเองเพื่อจะได้ดึงความรู้ความเข้าใจที่จริงจริงของตนเองออกมา นี้ นี่เป็นฉากสำคัญที่จะช่วยยกฐานะการแสดงและก็ยกฐานะหนังในรูปภาพรวมได้ แม้กระนั้นก็ถูกเสนอแบบรวดรับจนถึงโชคร้าย!

เหลียงเฉาเว่ย นับว่าเป็นหนังแสดงแถวหน้าของแวดวงภาพยนตร์ทวีปเอเชียในขณะนี้ซึ่งหัวข้อนี้เขาก็ปฏิบัติหน้าที่ได้ดิบได้ดี ในบทของผู้ทุพพลภาพทางสายตา เวลาที่ผู้ที่เหมาะสมที่สุดที่สุดในประเด็นนี้เป็น โจว ซุน ที่บท ฉางสวี่หนิง นับเป็นตัวละครสำคัญที่ทำให้หนังสายประเด็นนี้มีเสน่ห์อย่างแปลก?ซึ่ง โจว ซุน ถ่ายทอดสีหน้าท่าทางแล้วก็แววตาของคนที่จำต้องกล่ำกลืนบางสิ่งบางอย่างไว้ภายในหัวใจได้อย่างยอดเยี่ยม การแสดงของคุณทำพวกเราให้เห็นอกเห็นใจและก็หลงเสน่ห์ผู้แสดงนี้ได้อย่างง่ายๆจนถึงต้องการเอาใช้ช่วยทำให้คุณไม่มีตอนสุดท้ายอย่างที่มองเห็นในหนัง

The Silent War จะต่างจากหนังสายทั่วๆไปออกจะมากมาย ที่มีเสียงการรหัสมอแทนเสียงกระสุนปืน แถมมีการถ่ายรูปที่งาม ความสมจริงสมจังของฉากและก็อาภรณ์ที่สะดุดตาเกินหนังแนวนี้ ที่ภาพรวมของมันจัดเป็นภาพยนตร์จีนเกรดเอที่มิได้มองเห็นมานาน แม้ว่าการเดินเรื่องจะค่อนข้างจะเนิบๆเฉื่อยชาไปบ้าง กระทั่งบางทีอาจบางบุคคลที่ไม่เคยชินกับหนังแนวนี้กำเนิดอาการหาวอยากนอนได้ แต่ว่าแม้ตั้งอกตั้งใจดูรวมทั้งพิจารณาถึงเนื้อนัยที่หนังอุตสาหะถ่ายทอด หน้าที่รับผิดชอบกับความรักมิตรภาพของเพื่อนฝูง และก็การเผยจิตใจของคน (อีกทั้งฝ่ายรัฐบาลแล้วก็ข้างต้านทานนี่ก็นับว่าเป็นหนึ่งในหนังดีที่ไม่สมควรพลาดนะครับ

ตัวอย่างหนัง The Lone Ranger

เรื่องย่อ

มองเห็นหน้าหนังถึงจะคาวบอยขนาดนี้ แม้กระนั้นไม่เชื่อก็จำเป็นต้องมั่นใจว่าผลงานเรื่องใหม่ของกอร์ เวอร์บินสกี้ ที่ Pirates of the Carribbean ใช้ทุนสร้างไปทั้งปวง 250 ล้านเหรียญ กับหนังที่ปรับปรุงแก้ไขดัดแปลงมาจากโทรทัศน์ซีปรี่ย์อย่าง The Lone Ranger ที่มีนักแสดงคู่บารมีอย่างจอห์นนี่ เดปป์ พ่วงด้วย อาร์มี่ แฮมเมอร์ มารับบท วีรบุรุษต้อง ที่จำเป็นต้องสกัดการเกิดการสู้รบระหว่างชนเผ่า ประเทศอินเดีย และก็ คนกรุงตะวันตก ในสไตล์คาวบอยจัดหนัก

เดอะ โลน เรนเจอร์ หน้ากากพิฆาตอธรรมการเสี่ยงภัยสุดตื่นเต้นที่เต็มไปด้วยแอ็คชั่นแล้วก็อารมที่ขัน ที่ซึ่งวีรบุรุษภายใต้หน้ากากได้ถูกปลุกชีพขึ่นมาผ่านมุมมองใหม่ ทอนโต้ (จอห์นนี่ เดปป์) นักสู้ประจำถิ่นอเมริกันกลับมาอีกรอบกับเรื่องราวของความเคลื่อนไหว จอห์น รีด (อาร์มี่ แฮมเมอร์ชายผู้รักษาข้อบังคับ ให้แปลงเป็นตำนานที่ความชอบธรรม ที่จะพาผู้ชมไปสู่มหากาพย์การเสี่ยงภัยสุดตื่นเต้น., น่าแปลกใจแล้วก็เต็มไปด้วยอารมณ์ขัน ของ วีรบุรุษต่างขั้วที่ศึกษาสำหรับเพื่อการร่วมมือ

ส่วนตัวนั้น แต่ก่อน หนังสไตล์คาวบอยเป็นอะไรที่ส่วนตัวผมโน่นค่อนข้างจะติดอกติดใจมากมายโดยยิ่งไปกว่านั้นหนังคาวบอยของ คลินท์ อีสต์วู้ด เนื่องจากมันเต็มไปด้วยความสนุกสนานร่าเริงแบบที่อีกทั้ง ตื่นเต้น แล้วก็ หรู จวบจนกระทั่งมาถึงสมัยการมาของ Wild Wild West ที่ประสมประสานกับเรื่องของ ไซไฟ ถึงจะผิดเพี้ยน รวมทั้ง เจ๊งถล่มทลาย แม้กระนั้นกระโน่นส่วนตัวก็ยังมีความรู้สึกว่ามันยังมีความสนุกสนานที่เพียงพอจะมองเพลิดเพลินเล่น เป็นหนังป๊อปคอร์นได้อย่างไม่เสียหาย ซึ่งโน่นก็เหมือนกับ The Lone Ranger หนังคาวบอยที่เปิดตัว และก็ คะยั้นคะยอ ผู้ชม เสมือนจะเอ่ยถึงเรื่องความชอบธรรม ในทางมุมของ หากไม่พบกับตัวไม่เคยรู้หรอก’ ผ่านนักแสดง จอห์น รี๊ด ทนายความชายหนุ่มที่เชื่อถือว่าทุกสิ่งจะต้องเป็นไปตามกฏหมาย จนกว่าได้มาเจอเรื่องราวป่วนปั่นทั้งหลายแหล่เพราะเหตุว่าถึงหนังจะมีความยาว 150 นาที แม้กระนั้นก็เกิดเรื่องที่น่าสงสัยว่าเพราะเหตุใดหนังถึงเจตนาที่จะย้ำเรื่องราวการนำพาเหตุการณ์วายป่วง ที่หลายสิ่งหลายอย่างก็มองวนเวียน จำเจ มากยิ่งกว่าจะนำเวลาโดยมากมาเสริมบทความแกร่งของผู้แสดง

ทั้งยังมันยิ่งเกิดเรื่องน่าประหลาดมากกว่า ในเมื่อผลงานเรื่องก่อนของผู้กำกับอย่าง Rango อนิเมชั่นกิ้งก่าคาวบอย ที่ทำยกย่องหนังแนวนี้ได้อย่างดีเยี่ยม แต่ว่าพอเพียงมาใน The Lone Ranger หนังกลับหายในสิ่งที่เรียกว่า เสน่ห์ตะวันตก และก็เหลือไว้ก็แค่ โปรดักชั่น ที่แสดงออกว่า เราเป็นหนังคาวบอย’ แม้กระนั้นผู้ชมไม่สามารถที่จะทดลองชิมรสของมันมองได้ หากแม้จะได้ดาราระดับ จอห์นนี่เดปป์ มาร่วมแสดงในบทที่ฟั่นเฟือนแสนบ้า เพิ่มขึ้นเรื่อยๆก็ตาม

สิ่งที่ยังเหลือไว้ให้หนังมีคุณความดี ความชื่นชอบ เต็มๆอาจจะหนีไม่พ้นฉากแอ็คชั่นสเกลใหญ่ ที่ระเบิดเทือกเขา เผารถไฟ ฆ่าประชาชนเกษตรกร กันแบบสาแก่ใจทุนสร้าง 250 ล้านเหรียญกันไปเลย ซึ่งนับได้ว่าเป็นจุดขายหลักของตัวหนังกับด้านของ ความเพลิดเพลิน ที่ผู้กำกับ กอร์ เวอร์บินสกี้ยังสามารถจัดเต็มมาให้ผู้ชมได้อย่างน่ากล่าวยกย่อง โดยยิ่งไปกว่านั้นในตอนไคล์แมกซ์ ส่วนท้าย ที่มีการดึงเอา เพลงธีมหลักของ The Lone Ranger มาใช้ในฉากซึ่งก็หมายความว่าเป็นลู่ทางที่ดี และก็นำมาซึ่งการก่อให้เกิดอารมณ์ความสนุกสนานในต้นแบบตะวันตกที่ยังแตะต้องได้ อยู่ตอนระยะนึง จนกระทั่งบางทีอาจพูดได้ว่า หากแม้ด้านตัวบทจะมองยืดยาว เสน่ห์ของหนังจะไม่เอาถ่าน แต่ว่าถ้าเกิดทำฉากแอ็คชั่นออกมาเหิมใจขนาดนี้ The Lone Ranger ก็จัดว่าเป็นหนังซัมเมอร์อีกประเด็นนึงซึ่งสามารถมองเพลิดเพลินได้ไม่เสียดายตังค์นะครับ

ตัวอย่างหนังไทยใหม่ 9 วัด

หนังไทยใหม่เรื่องนี้ทำออกมาเกี่ยวกับ บุญกับบาปทำให้คนสมัยนี้รู้จักการแบ่งปันกันมากขึ้นและทำบาปให้น้อยลงซึ่งหลายๆคนอาจจะยังไม่รู้ว่ามีหนังเรื่องนี้ที่กำลังออกในปีนี้ เพราะว่าการโปรโมทของเขาน้อยมาก แต่เนื้อหาของหนังทำออกมาได้ดีเลยทีเดียว แต่แค่ขาดการโปรโมทอย่างมาก ถ้าโปรโมทออกมาได้ดีก็จะทำรายได้ดีมากๆ

ตัวอย่าง Valerian and the City of a Thousand Planets

วาเลอเรี่ยน (เดน ดีฮาน) และ ลอเรลีน (คาร่า เดเลวีน) นักแสดง หนัง รับบทเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการพิเศษขององค์การปกครองเขตแดนมนุษยชาติ พวกเขามีหน้าที่พิทักษ์สันติสุขให้กับประชาชนทั่วจักรวาล วันหนึ่ง เมื่อพวกเขาได้รับคำสั่งจากผู้บัญชาการ อารุน ฟิลลิตต์ (ไคลฟ์ โอเว่น) ทั้งสองจึงต้องออกเดินทางไปยังมหานครอัลฟ่า ดินแดนสุดอัศจรรย์ใจกลางอวกาศที่มีสิ่งมีชีวิตเป็นหมื่นๆ สปีชีส์จากทั่วทุกมุมจักรวาลอาศัยอยู่ร่วมกัน ประชากรกว่าสิบเจ็ดล้านที่อาศัยอยู่บนอัลฟ่าต่างอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข พวกเขารวบรวมความรู้ เทคโนโลยี วิทยาการต่างๆ ของทุกเผ่า เพื่อสร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้กับสิ่งมีชีวิตทั่วจักรวาล แต่โชคไม่ดีนักที่มีภัยร้ายกำลังแฝงตัวคืบคลานอยู่ในความมืด และภัยร้ายนั้นจ้องจะทำลายเผ่าพันธุ์มนุษย์ให้หมดสิ้นไป วาเลอเรี่ยนและลอเรลีนจะต้องออกผจญภัยครั้งยิ่งใหญ่ และการต่อสู้ทั้งหมดจะเป็นการกุมชะตาของมนุษยชาติเอาไว้

ตัวอย่างหนังใหม่สัญชาติรัสเซีย

หนังแอคชั่นเรื่องนี้เป็นหนังใหม่ที่ชาวรัสเซียสร้างขึ้นมา เป็นหนังที่เกี่ยวกับยานอวกาศที่มาบุกโลกแล้วทำให้ประชาชนลุกขึ้นหือมาต่อสู้กับพวกเอเลี่ยนที่มาบุกเมื่อหลายปีก่อนก็มีหนังคายๆแบบนี้ของรัสเซียออกมาก็ทำออกมาคายๆกันแต่อันนี้ทำได้ดีกว่าเรื่องภาพและเสียง CG ระดับเทพเลยเห็นแล้วน่าดูมาก