ตัวอย่างหนัง The Dark Tower

The Dark Tower หอสังเกตการณ์ร้ายกาจ กล่าวถึงเรื่องราวของ เจก แชมเบอร์ สวมบทบาทโดยTom Taylor เด็กวัยรุ่นซึ่งสามารถเดินทางผ่านมิติได้ รวมทั้ง โรแลนด์ เดสศาสนาเชน เล่นบทโดยIdris Elba เสือปืนไวระดับพระรอยแดงต้องเดินทางไปยังหอสังเกตการณ์ร้ายกาจ โดยมีตัวร้าย วอลเตอร์ เล่นบทโดย Matthew McConaughey ที่เป็นผู้กีดขวางการเดินทางของทั้งสอง

เรื่องราวการเดินทางของอัศวินปืนไวผู้สูญเสียครอบครัวในการทำศึก และก็อยากแก้เผ็ดทำลายครอบครัวของเขา จนกระทั่งมาเจอกับเด็กผู้ชายผู้มีฌาณพิเศษซึ่งสามารถล้างผลาญโลกทั้งสิ้นได้ รวมทั้งทั้งสองก็ได้ร่วมต่อสู้ไปพร้อม ในตัวเค้าเรื่องของ The Dark Tower ก็นับว่ามิได้ใหม่เสียเชิงเดียวค่อนข้างจะปกติเสียด้วยซ้ำรวมทั้งออกจะซ้ำจากจำเจ บางทีก็อาจจะเป็นเนื่องจากตอนนับเป็นเวลาหลายปีมานี้มีภาพยนตร์แนวนี้ออกจะมากมาย เลยทำให้ไม่ค่อยมีความแปลกใหม่

ถึงแม้ว่าตัวหนังจะค่อนข้างจะปกติ แต่ว่าด้วยโปรดักชั่นที่มีความโหฬาร สมจริงสมจัง ทั้งยังซีจี วิชวลเอฟเฟกต์ก็ค่อนข้างจะจัดเต็ม เหมือนได้หลุดเข้าไปโลกต่างๆได้จริง รวมทั้งที่สำคัญจำเป็นต้องสรรเสริญการถ่ายทอดอารมณ์ของดาราหนังที่ทำให้ผู้ชมมีความรู้สึก มีอารมณ์ร่วม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กหนุ่ม Tom Taylor ที่ในบางมุมแอบมีความคล้ายคลึงซุปตาร์วัยรุ่นอย่าง Justin Bieber แม้กระนั้นก็นับว่าทำเป็นดีทีเดียวสำหรับผู้แสดงเด็กที่พึ่งจะกระโดดมารับงานแสดงภาพยนตร์ทีแรก ก็เลยทำให้ภาพรวมของหนังมิได้ห่วยแตกเหมือนอย่างที่คิด

อย่างไรก็แล้วแต่ แฟนนิยายของ Stephen King จำต้องไปพิสูจน์ความสนุกสนานด้วยตัวเองว่าหนังจะออกมาตามแบบต้นฉบับนิยายไหม รวมทั้งขึ้นกับรสนิยมของแต่ละคนด้วย ซึ่งจำเป็นต้องกล่าวว่าฉากแอ็คชั่นในประเด็นนี้มีการวางแบบที่สวย อัศวินปืนไวมีความโก้เก๋ มาดดารานำชายมาเต็มกำลังแต่ว่าก็อย่างที่บอกตัวเรื่องสามารถทายใจได้ง่าย จบง่าย และไม่มีความสลับซับซ้อนมากเท่าไรนัก

ตัวอย่างหนัง You & Me XXX เมื่อฉันกับเธอ XXX

You & Me XXX เมื่อฉันกับคุณ XXX เกี่ยวกับเรื่องราวของ ป้อง เข้าชมรมบอลได้ทั้งๆที่เล่นกากมากมาย ส่วน ปิ๊ก เตะบอลเก่งแต่เข้ามิได้เนื่องจากว่าเป็นสตรี แถมยังจะต้องไปอยู่สมาคมคัพขนมเค้กกับ อีฟ ดาวสถานที่เรียนคู่จิ้นกับ พี่บุ๊ค ประธานสัมพันธ์บอลที่คุณแอบรักมาตั้งแต่เด็ก ป้องซึ่งหลงรักกับปิ๊กกำลังจะยอมแพ้ ก็ดันเกิดเหตุการณ์ไม่คิดสลับร่างระหว่างป้องและก็ปิ๊ก ทำให้ทั้งคู่สนิทกันเพิ่มมากขึ้นช่วงเวลาเดียวกันปิ๊ก (ในร่างป้องได้สนิทสนมกับพี่บุ๊คสมใจอยาก ส่วนป้อง (ในร่างปิ๊ก) ก็เริ่มปิ๊งพี่อีฟจากการรักฝ่ายเดียว แอบชอบรุ่นพี่ คลิกกับเพื่อนพ้องเพศชายในกลุ่มบอลเผลอใจกับรุ่นพี่สาวร่วมสโมสรไปสู่ความรักที่เกิดขึ้นโดยไม่ทันรู้สึกตัว ป้อง ปิ๊ก อีฟ บุ๊ค จะทำเช่นไรในเมื่อทุกคนหลงเสน่ห์หลายแบบอย่างพร้อม

จากชื่อภาพยนตร์ที่ใช้คำว่า XXX ก็เชื้อเชิญให้ขบคิดว่าตัวเรื่องต้องการจะสื่อถึงอะไร แน่ๆว่าควรมีบางบุคคลที่นึกถึงเรื่องติดเรตบ้าง ถ้าหากได้ดูแบบอย่างภาพยนตร์และจากนั้นก็พอเพียงจะทายใจได้ว่าXXX ที่ว่านี้ก็คือเรื่องราวความรักของวัยรุ่น ซึ่งก็มีกระแสเกี่ยวกับภาพยนตร์ประเด็นนี้มาว่าเรื่องราว ผู้แสดง รวมทั้งชื่อดันไปละม้ายกับมังงะประเทศญี่ปุ่นเรื่องหนึ่ง ความจริงเช่นไรก็จำเป็นต้องไปพิสูจน์กันเอาเอง

เนื่องจากว่าเรื่องราวในรูปภาพยนตร์หัวข้อนี้เกี่ยวกับชีวิต ความรัก” ของวัยรุ่นที่สื่อให้ชีวิตที่มีความแจ่มใส แลดูอย่างเป็นธรรมชาติ รวมทั้งอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีกลิ่นของความเป็นซีรีส์เสียมาก ทั้งยังฉากแล้วก็โปรดักชั่นก็ล้วนแต่ทำออกมาได้ดิบได้ดี ดูแล้วสบายตา ประกอบกับตัวบทที่มีความง่ายๆไม่สลับซับซ้อน ทั้งยังยังตามความวาย ได้ฟิน ได้จิ้นความสนิทสนมของคู่ชายชาย แล้วก็อาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีกลิ่นอายของคู่หญิงหญิงอีกด้วย แม้กระนั้นดูท่าแล้วจะมีเปอร์เซ็นต์ความชื่นชอบในคู่ชายชายเสียมากกว่า เพราะว่าแต่ละฉากนั้นก็ทำเอาผู้ชมถึงกับลุ้นรวมทั้งเขินตัวบิดไปตามกัน เรียกว่าภาพยนตร์ประเด็นนี้ทำออกมาเอาอกเอาใจวัยรุ่นโดยเฉพาะอย่างยิ่งเลยก็ว่าได้

นอกเหนือจากการที่จะได้ฟินกับความรักของวัยรุ่นที่ทำให้หัวใจได้ชุ่มชื่นกระชุ่มกระชวยแล้ว ตัวหนังยังสื่อให้มองเห็นในหัวข้อครอบครัว ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับชีวิตของวัยรุ่น ความมุ่งหวังที่อาจทำให้เป็นภาระหน้าที่ที่คนวัยนี้จำเป็นต้องแบกรับ แม้ได้ดูแล้วจะมีความคิดเห็นว่าการเปิดใจคุยกันเกิดเรื่องที่ควรทำเป็นอย่างมากแล้วก็จะก่อให้กำเนิดความรู้ความเข้าใจกันและกันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ด้วยเหตุว่ามุมมองของแต่ละวัยแตกต่าง คนแก่ที่เป็นบิดามารดามีมุมมองอีกอย่างหนึ่ง เด็กหนุ่มสาวก็มีมุมมองอีกอย่าง

อย่างไรก็ดี เนื่องจากว่าตัวเรื่องได้ถ่ายทอดเรื่องราวของวัยรุ่นที่อยากได้การยินยอมรับจากสังคม แน่ๆว่านักแสดงส่วนมากก็เลยเป็นวัยรุ่น ซึ่งบางบุคคลก็ผ่านงานแสดงมาบ้าง บางบุคคลก็พึ่งจะเคยแสดงหนแรก จะต้องยกย่องความรู้ความเข้าใจของผู้แสดงซึ่งสามารถถ่ายทอดอารมณ์ออกมาก้าวหน้า ทั้งยังในเรื่องก็ยังมีแขกรับเชิญมาเซอร์ไพรส์หลายต่อหลายๆคนก็ได้สร้างความฮือฮาไม่น้อย แต่ว่าจำเป็นต้องขอติเตียนเรื่องทรงผมของนางเอกนิดนึงที่เรียกว่าไม่ค่อยเนียน เพราะเหตุว่าบางฉากก็เห็นได้ชัดว่าใส่วิก แม้กระนั้นบางฉากก็เป็นผมจริง ซึ่งก็ทำเอาขัดใจเช่นเดียวกัน ทั้งบทสนทนาของดารารับเชิญก็ยังมองขัดแข็งไปบ้าง แต่ว่าก็พอให้ยกโทษกันได้ ถ้าสุดสัปดาห์นี้ต้องการหาภาพยนตร์ที่มองได้ง่ายสบายๆYou & Me XXX เมื่อฉันกับคุณ XXX ก็เป็นตัวเลือกที่ดีไม่น้อย

ตัวอย่างหนัง Peach Girl

Peach Girl (ピーチガール) คุณสุดแสบ ที่แอบชอบ เกี่ยวกับเรื่องราวชีวิตของผู้เรียนสาวมัธยมโมโมะ สาวผิวแทนที่ใครๆต่างมีความคิดว่าคุณเป็นคนนิสัยแรงคุณหลงเสน่ห์ โทจิ เด็กหนุ่มที่คุณแอบสืบมาว่าเขาถูกใจแต่ว่าสาวผิวขาวแค่นั้น ทำให้คุณเปลี่ยนเป็นคนยังไม่มั่นใจในตนเอง และก็ต้องการทำทั้งหมดทุกอย่างให้เขาหันมามองดู แม้กระนั้นเรื่องกลับวุ่นวายหนักขึ้น เมื่อ ไคริ ชายหนุ่มฮอตของสถานที่เรียน กลับหลงเสน่ห์รวมทั้งตามจีบคุณแบบไม่ลดละ จนกระทั่งทำให้เพื่อนพ้องตัวยุ่งอย่าง ซาเอะ ริษยาหนักกระทั่งกำเนิดปฏิบัติงานคิดแผนแย่งผู้ เรื่องราวก็เลยวุ่นวายหนักขึ้นไปอีก

เรียกว่าไม่ผิดหวังในการรอ สำหรับ Peach Girl คุณสุดแสบที่แอบชอบ ด้วยเรื่องราวที่มิได้มีรายละเอียดหนัก มีแต่ว่าเรื่องชีวิตของวัยรุ่น ความน่ารักน่าเอ็นดูกระหนุงกระหนิงของนักแสดง ทำให้ดูแล้วบันเทิงใจ ไม่ต้องคิดอะไรมากมาย การลำดับเรื่องราวก็จัดว่าปูเรื่องมาเจริญ มิได้กลับไปจากแบบอย่างหนัง แต่ละคาแรคเตอร์เลียนแบบจากการ์ตูนออกมาได้อย่างเห็นได้ชัด มีความเป็นคนสูง มีทั้งยังดีร้ายปนกัน ด้วยการแสดงที่เป็นธรรมชาติทำให้ดูแล้วมีเสียงหัวเราะได้ยิ้มเบาๆส่วนฉากฟินๆถึงมีไม่มากมาย แต่ว่าก็มีออกมาแต่ละคราวก็ออกจะจัดเต็ม ทำสาวกรี๊ดกันลั่นโรงอย่างยิ่งจริงๆ

ถึงแม้ว่าหนังจะทำจากการ์ตูนตาหวานก็ใช่ว่าจะมีแต่ว่าเรื่องรักๆใคร่ๆสิ่งเดียว ยังมีการเอ๋ยถึงปัญหาในครอบครัวที่วัยรุ่นทั้งหลายแหล่ชอบเจอเสมอ ทั้งยังประเด็นการปฏิบัติตามความฝันที่สวนกับอยากของคนแก่ ความหวังจากผู้ดูแล รวมทั้งปัญหาหัวใจด้วย ด้วยเรื่องราวที่ย้ำความเกี่ยวข้องของนักแสดง จะมองเห็นได้ว่าดารานำชาย ไคริ ซึ่งสวมบทบาทโดย เคย์ อิโนโอะ ก็ได้โชว์สกิลความเป็นดารานำชายออกมามากไม่น้อยเลยทีเดียว อีกทั้งการเสียสละเพื่อรักสุขสบาย การคิดถึงดวงใจของบุคคลอื่นมากยิ่งกว่าตัวเอง การแสดงของชายหนุ่มเคย์ก็ทำออกมาเจริญ แม้กระนั้นอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีบางฉากที่ทำเอาผู้ชมถึงกับจิ้นให้พระเอกคู่กับพระรองแทน เพราะเหตุว่ารูปพรรณสัณฐานของผู้แสดงนำชายก็เชิญชวนให้คิดไม่น้อย

แต่ ส่วนตัวออกจะมุ่งมาดกับภาพยนตร์หัวข้อนี้ไว้ค่อนข้างจะมากมาย ว่ามันต้องสนุกสนาน ผ่อนคลายอารมณ์ แต่ว่าก็ยังมีบางฉากที่ตัดไปๆมาๆไม่ค่อยแนบเนียน บางฉากถึงกับกระโดดไปกระโดดมาปรับอารมณ์แทบจะไม่ทัน สักครู่หัวเราะ สักครู่ทุกข์ใจ ก็เลยทำให้ขัดใจไม่น้อย แม้กระนั้นด้วยความน่ารักน่าเอ็นดูของนักแสดงและก็บรรยากาศของสถานที่ที่มีความงดงาม ความยุติธรรมชาติ ก็พอที่จะปกปิดความไม่พอดีของตัวเรื่องในด้านอื่นๆได้

ตัวอย่างหนัง Silence

Silence เลื่อมใสไม่เงียบ กล่าวถึงเรื่องราวของ นักบวชเฟอร์เรรา เดินทางไปเผยแพร่ศาสนาคริสต์ที่ประเทศญี่ปุ่น เขาล่องหนไปอย่างลึกลับ มีเพียงสาส์นที่เขาได้ส่งมาจากคริสตจักรกล่าวว่าเขาได้ทอดทิ้งพระผู้เป็นเจ้าแล้วก็ปล่อยตนเองจากศาสนาคริสต์แล้ว ทำให้ นักบวชโรดิเกซ แล้วก็ นักบวชการูเปศิษย์ทั้งคู่คนจำต้องสมัครใจเข้าไปยังดินแดนที่มีการกำจัดผู้เชื่อถือศาสนาคริสต์ในประเทศญี่ปุ่นเพื่อตามหานักบวชเฟอร์เรรา

แน่ๆว่าเรื่องราวที่เกิดในหนังล้วนแต่มีข้อมูลเกี่ยวกับการเชื่อถือศาสนา แทบทุกฉากทุกตอนได้เปิดเผยให้มองเห็นถึงความขมักเขม้น เลื่อมใส รวมทั้งจิตวิญญาณของศาสนิกชนที่มีความศรัทธาต่อศาสนาคริสต์ ก็เลยทำให้หนังส่งพลังอย่างมาก โดยเฉพาะการถ่ายทอดอารมณ์ของดาราหนังประสิทธิภาพอย่าง Andrew Garfield ก็เรียกว่าขาดลอยแล้ว และก็อารมณ์ความรู้สึก เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเรื่องก็ยิ่งส่งพลังนั้นมากขึ้นไปอีก

ยิ่งกว่านั้น เมื่อได้ดูภาพยนตร์แล้วยังส่งผลให้มีการถามเกี่ยวศาสนาว่า ศาสนาเป็นอย่างไร เหตุไรจะต้องยึดติดกับรูปเคารพนับถือ ตามที่เป็นจริงแล้วพวกเรารู้เรื่องศาสนาที่พวกเราเชื่อถืออย่างแท้จริงไหมและก็ที่สำคัญควรจะหรือเปล่าที่ฝ่าฝืนความเชื่อถือ ความเลื่อมใสของคนอื่นๆ เพียงแค่เพราะว่าต่างเชื้อชาติ ต่างศาสนา ด้วยการถามกลุ่มนี้เองทำให้พวกเราได้มีเวลาใส่ใจคิดทบทวนกับเรื่องที่เกิดขึ้น เรียกว่าภาพยนตร์หัวข้อนี้เป็นเครื่องพร่ำสอนจิตใจได้อย่างดีเยี่ยม

ในทางตรงกันข้ามหากแม้ตัวหนังจะมานะสื่อให้มองเห็นถึงความอยุติธรรมที่เกิดสังกัดผู้เชื่อถือศาสนาคริสต์ แม้กระนั้นก็จะต้องดูย้อนกลับไปเหมือนกันว่าจุดมุ่งหมายเริ่มแรกของศาสนาคริสต์ที่เข้ามาเผยแพร่คราวแรกนั้นเป็นอย่างไร ถ้าหากไม่ใช่ว่าอยากเป็นประเทศราชหรืออุตสาหะชักพาให้ผู้คนกลับไปเชื่อถือศาสนาของตนเอง ซึ่งตัวหนังถ่ายทอดรายละเอียดออกมาออกจะมีความย้อนคัดค้าน บางฉากบางตอนศาสนาคริสต์พากเพียรสื่อให้มีความคิดเห็นว่าศาสนาของตนเองมีความพิเศษกว่าศาสนาอื่น แล้วก็ให้ค่าศาสนาอื่นเป็นผู้ไม่มีอารยะ ชั่วร้ายผ่านญี่ปุ่น แม้ว่าจะมีการพรีเซนเทชั่นรายละเอียดสาระสำคัญของทั้งคู่ศาสนาเพียงค่อนไปทางศาสนาคริสต์มากยิ่งกว่า ในจุดนี้เองบางทีก็อาจจะเกิดเรื่องที่ค่อนข้างจะสุ่มเสี่ยงพอเหมาะพอควร

อย่างไรก็ดี สิ่งที่สื่อให้มองเห็นอย่างเห็นได้ชัดอีกหนึ่งเรื่องที่สำคัญเป็น ความเชื่อถือ จะว่าไปการเปิดเผยแผ่ศาสนาเกิดเรื่องที่สาวกควรทำ แม้กระนั้นในเมื่อประเทศชาติที่ไปเผยแผ่นั้นต้านทาน เพราะอะไรถึงจำเป็นต้องดื้อดึงอยู่ถัดไป จะเรียกว่าความเชื่อถือเช่นไร ถ้าหากเชื่อถือนั้นนำมาซึ่งความเจ็บปวดรวดร้าวสาหัส ปากกล่าวว่าเพื่อพระผู้เป็นเจ้า ด้วยความทรมาทรกรรมทั้งหลายแหล่นี้พระผู้เป็นเจ้าได้มองเห็นไหม หรือตามที่เป็นจริงแล้ว พวกเรามีพระผู้เป็นเจ้าองค์เดียวกัน เพียงแค่ต่างเชื้อชาติ ต่างเชื้อสายกันเพียงเท่านั้น ด้วยเหตุนั้นก็เลยคือเรื่องของผู้ชมที่จำเป็นต้องตกลงใจเองว่าศาสนาเป็นยังไงทำไมก็เลยยังมีปัญหาความไม่ลงรอยกันเกิดขึ้นไม่จบไม่สิ้น

ตัวอย่างหนัง Ghost House

ศาลเพียงตา” เป็นเยี่ยมในสิ่งอเมซิ่งไทยแลนด์ในสายตาชาวต่างประเทศ ด้วยรูปลักษณ์ที่ราวกับบ้านเล็กเช่นเดียวกันกับบ้านนก แม้แม้กระนั้นมันถูกผลิตขึ้นมาเพื่อเป็นที่อยู่ของผีรวมทั้งนี่เองก็เป็นแรงดลใจให้ผู้กำกับ ริช แรกส์เดล (Rich Ragsdale) กำเนิดความรู้สึกต้องการจะถ่ายทอดผีไทยผ่านมุมมองฝรั่งตาน้ำข้าว จนถึงกำเนิดเป็นภาพยนตร์เรื่อง Ghost House

Ghost House เกิดเรื่องราวของ จิม และก็ จูลี่ คู่ควงคนต่างประเทศที่เดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทย จูลี่ละลานตาตื่นไทยกับวัฒนธรรมไทยหลายชนิด และก็หนึ่งในซึ่งก็คือศาลเพียงตา นำมาซึ่งการทำให้คุณเผลอลวนลามศาลเพียงตาในป่าช้ากระทั่งถูกผีประเทศญี่ปุ่น (ซึ่งเสียชีวิตในประเทศไทยชื่อ วาตาเบ ตามฆ่า จิรวมทั้งไกด์นำเที่ยวคนประเทศไทย โกโก้ ก็เลยจำเป็นต้องร่วมมือกันหาทางทำลายคำแช่งของผีร้าย เพื่อเขารวมทั้งคุณจะได้กลับมาดำเนินชีวิตธรรมดาอีกรอบหนึ่ง

นับว่าเป็นมิติใหม่อย่างยิ่งจริงๆสำหรับเพื่อการพรีเซนเทชั่นคติความเชื่อถือแบบชาวไทยผ่านสายตารวมทั้งการแปลความหมายของคนต่างชาติ ซึ่งถึงแม้ภาพที่ถูกถ่ายทอดออกมาจะไม่เนียนละเอียดเมื่อเทียบกับผลงานชนชาติไทยแท้ แต่ว่าก็น่าเชื่อถือว่าคนชอบดูหนังผีน่าจะชื่นชอบไม่น้อยกับการได้มองเห็นผี” นานาจำพวก ตลอดจนสิ่งที่เกี่ยวเนื่องกับ ผี” ไม่ว่าจะเป็นศาลเพียงตา หมอปราบผี สงฆ์องค์เจ้าอื่นๆอีกมากมาย มีปรากฏให้มองเห็นตลอดทั้งเรื่อง

ในส่วนของเค้าโครงเรื่องจะดำเนินไปเป็นลำดับเวลา ทำให้เข้าใจง่าย โดยที่ผู้ชมจะได้รับรู้เรื่องจริงของเรื่องไปพร้อมกับนักแสดง ในเวลาเดียวกันก็จะถูกบีบให้รู้สึกบีบคั้นด้วยแนวทางด้านภาพที่ชอบนำตัวสำคัญข้างหญิงเข้าไปอยู่ในอีกมิติหนึ่งที่มีบรรยากาศมืดมัวซัวเชิญชวนให้ระลึกถึงการปรากฏตัวของภูตผีปีศาจวิญญาณ

ข้อดีอีกอย่างหนึ่งของภาพยนตร์หัวข้อนี้ก็คือการสะท้อนภาพของเมืองไทยตามความคิดของนักเดินทางคนต่างชาติทั้งยังในด้านบวกรวมทั้งด้านลบ ซึ่งในบางครั้งคนประเทศไทยอย่างพวกเราบางครั้งอาจจะรู้จักดีจนถึงละเลยไป หน้าที่แอบแฝงของภาพยนตร์หัวข้อนี้ก็เลยเป็นการช่วยเหลือสิ่งที่พวกเราควรจะรักษาให้ดำรงอยู่ รวมทั้งในลักษณะเดียวกันภาพยนตร์ก็ได้กระตุ้นให้พวกเราได้ตระหนักถึงสิ่งที่ควรจะปรับปรุงหรือแก้ไข ดังเช่น สถานเริงรมย์ต่างๆตลอดจนความเลื่อมใสที่โง่เขลาอย่างไม่มีที่ไปที่มา

ตัวอย่างหนัง The Beguiled

The Beguiled อุบายลวง รักใคร่ มุ่งหมาย เกี่ยวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นในโรงเรียนกินนอนหญิงล้วนทางภาคใต้ของประเทศสหรัฐอเมริกา ตอนสงครามกลางเมืองระหว่างข้างเหนือกับข้างใต้ กรุ๊ปเด็กหญิงช่วยรวมทั้งนำทหารข้างศัตรูที่เจ็บเข้ามาอยู่ในสถานที่เรียน ในช่วงเวลาที่พวกคุณให้ที่พักอิงรวมทั้งรักษาอาการเจ็บอยู่นั้น สถานที่ที่นี้ก็ถูกครอบครองด้วยความเคร่งเครียดเรื่องรักๆใคร่ๆและก็การแก่งแย่งชิงดีที่เป็นภัย แล้วก็ข้อบังคับก็ถูกฝ่าฝืนเมื่อมีการกลับจากเรื่องราวไม่คาดคิค
จะต้องยอบรับว่าความสามารถการดูแลของ Sofia Coppola ทำให้ไม่ผิดหวังจริงๆจะต้องยกย่องว่าทำออกมาเจริญด้วย อีกทั้งในด้านของเรื่องราว บรรยากาศที่ค่อนข้างจะสร้างแรงกดดันให้แก่ผู้ชมรวมทั้งฉากที่มองเห็นในเรื่องก็มีความสวยงาม เย้ายวน แสงสว่างแล้วก็สี รวมถึงเครื่องนุ่งห่มของผู้แสดงล้วนแล้วแต่ประจวบเหมาะ มองรวมแล้วจะเรียกว่าถูกหลักส่วนประกอบภาพก็ไม่ผิด แล้วยิ่งได้ความสามารถการแสดงของ Nicole Kidman, Kirsten Dunst แล้วก็ Elle Fanning ที่แสดงบทบาทเพศหญิงที่มีความต่างกันในแต่ละตอนวัยก็ยิ่งสร้างพลังให้เรื่องราวมีความสมบูรณ์อย่างมากเมื่อมองเห็นการแสดงของผู้หญิงที่ว่าขาดลอยแล้ว ยิ่งพบเสน่ห์อันร้ายมากของ Colin Farrell เข้าไปอีก มั่นใจว่าไม่ใช่เฉพาะผู้หญิงที่จำเป็นต้องละลาย แต่งานนี้ชายหนุ่มก็อาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีสับสนกันบ้าง บางทีอาจด้วยเหตุว่าความเป็นผู้ชายที่อยู่ท่ามกลางผู้หญิงก็เลยทำให้ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนถึงได้ฟุ้งกระจายมากมายขนาดนี้

ด้วยเรื่องราวในรูปภาพยนตร์มั่นใจว่าจะต้องมีคนมีความคิดว่าเนื้อหาสาระเกี่ยวกับเฟไม่นิสต์แน่ๆเนื่องจากว่าผู้กำกับก็เป็นเพศหญิง ดาราในเรื่องก็ล้วนแต่มีเพศหญิง แล้วเพราะเหตุใดจะไม่ใช่เรื่องเฟไม่นิสต์? โน่นก็เลยทำให้บางบุคคลบางทีก็อาจจะกระดากจิตใจว่าจะเกิดเรื่องที่ร้ายแรงไหม ขอบอกเลยเกี่ยวกับแบบอย่างหนังที่ถูกปลดปล่อยออกมาก็เชิญชวนให้หลงผิดไม่น้อย เนื่องจากว่าในหนังจะเห็นภาพข้างชายเป็นผู้ถูกกระทำฝ่ายเดียว ซึ่งโน่นไม่ใช่เรื่องราวที่ขาดความมีเหตุมีผล การที่จะทำสิ่งใดล้วนจะต้องมีเหตุให้ทำเสมอ ส่วนต้นเหตุที่ว่าก็ไม่พ้นเรื่องแรงกดดันที่เกิดขึ้นในเรื่อง โดยบ้านข้างหลังนี้มีผู้อาศัยเป็นอยู่หญิงทั้งสิ้น การที่มีเพศที่ไม่เหมือนกันเข้ามาใหม่ย่อมสร้างบรรยากาศที่แปลกไปรวมทั้งยิ่งมาแบบไม่ดีเหมือนปกติก็ยิ่งทำให้มีแรงกดดันมากขึ้นไปอีก เสมือนน้ำผึ้งหยดเดียว ที่ทำให้เรื่องง่ายๆแปลงเป็นเรื่องสำคัญ

แม้กระนั้น ข้อตำหนิของหนังประเด็นนี้ดูเหมือนจะมีเพียงอย่างเดียวมันก็คือ แบบอย่างหนังที่ปลดปล่อยออกมา มันทำให้ออกจะมุ่งมาดว่าหนังมันจะมีจุดที่พีคกว่านี้ จะเรียกว่าหลอกผู้ชมก็บางทีก็อาจจะไม่ใช่ทั้งผอง ส่วนตัวก็เลยค่อนข้างจะผิดหวัง เนื่องจากจุดไคล์แม็กซ์ในเรื่องมันมองง่ายไป แม้กระนั้นด้วยการแสดงแล้วก็เส้นเรื่องของหนังก็ทำให้พอเพียงจะละเลยหัวข้อนี้ไปได้ นอกจากความสนุกสนานที่ได้รับ มั่นใจว่าคนไม่ใช่น้อยคงจะจำเป็นต้องกลับไปคิดทบทวนแล้วว่าความถูกกับความกรุณาปรานีควรเลือกอย่างใดมากยิ่งกว่ากัน

ตัวอย่างหนัง Killing Ground

Killing Ground ดินแดนต่ำช้า เกี่ยวกับเรื่องราวของแฟนที่ตกลงใจไปพักด้วยการไปตั้งแคมป์กึ่งกลางป่า พวกเขาพบว่ามีเต็นท์ได้กางไว้แม้กระนั้นไม่มีคนอาศัยอยู่ ทั้งสองมีความคิดว่าไม่นานผู้ครอบครองเต็นท์นั้นต้องกลับมา พวกเขาก็เลยตั้งเต็นท์อาศัยอยู่ใกล้ๆกัน เวลาผ่านไปแล้ว คืน ยังไม่มีผู้ใดกลับมาที่เต็นท์อันว่าไม่นี้ ทั้งคู่ก็เลยเริ่มรู้สึกถึงความผิดแปลกอะไรบางอย่าง แม้กระนั้นมันบางครั้งก็อาจจะสายเกินความจำเป็นแล้ว

ด้วยเรื่องราวอันแสนระทึกที่เกิดขึ้นในรูปภาพยนตร์นั้น ผู้คนจำนวนมากบางครั้งอาจจะมีความเห็นว่ามีโครงเรื่องแนวนี้มาบ้าง แต่ว่ายังไม่เท่าไรนัก ก็เลยค่อนข้างจะเป็นการเปิดประสบการณ์ความระทึกแบบใหม่อย่างยิ่งจริงๆ แม้ได้ดูแบบอย่างภาพยนตร์แล้วจะมีความเห็นว่าตัวหนังต้องการจะสื่อให้มองเห็นความเงียบวังเวงเป็นหลัก อีกทั้งบรรยากาศในรถยนต์ ในป่า ในเต็นท์ ล้วนแต่เชิญชวนให้หัวใจคิดระแวงรวมทั้งรู้สึกไม่ปลอดภัย มีเพียงแค่สัตว์ยามค่ำคืน สายลมเรื่อยๆ ใบไม้ไหว ไม่มีผู้คน ทำให้ผู้ชมได้สัมผัสแรงกดดัน ความสงบเงียบที่อยู่ในเรื่องก็เลยเปรียบได้กับคลื่นใต้น้ำที่คอยวันปะทุขึ้นมา ไม่อาจจะเดาได้

ด้วยเหตุว่าฉาก บรรยากาศที่มองเห็นในเรื่องมีแค่เพียงป่า เรียกว่าคืบก็ป่า ศอกก็ป่า มันก็เลยสร้างความเหมือนจริงได้มากขึ้น ผู้แสดงไม่สามารถหนีจากเหตุการณ์อันไม่ดีด้วยข้อกำหนดหลายอย่างในจุดนี้เอง ทำให้ผู้ชมรู้สึกเคร่งเคลียดไปกับผู้แสดงที่จนตรอก ไม่มีทางออก รวมทั้งจำเป็นต้องเอาใจช่วยไปกับการจัดการปัญหาเพื่อเอาชีวิตรอด เรียกว่าลุ้นจนกระทั่งเกร็งอย่างยิ่งจริงๆ ทั้งจะต้องรอสงสัยว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นบ้าง แม้ว่าจะคาดการณ์ได้ แม้กระนั้นก็ทำเอาอกสั่นขวัญแขวน นั่งแทบจะไม่ติดเก้าอี้

สิ่งหนึ่งที่หนังสื่อออกมาได้อย่างแจ่มแจ้งเป็นรากฐานของความเป็นคน ไม่ว่าจะเป็นด้านร่างกายหรือจิตใจ ความชั่วร้าย ดิบหยาบคายที่เกิดขึ้นนั้นมิได้เกิดขึ้นได้เพราะมีสาเหตุเนื่องมาจากธรรมชาติ แม้แม้กระนั้นขึ้นกับเหตุการณ์และก็เวลา ซึ่งเป็นเครื่องทดลองจิตใจชั้นเลิศและก็ได้ปลุกสัญชาตญาณการเอาชีวิตรอด ก็เลยทำให้มองเห็นถึงแก่นแท้ของความเป็นคนว่าถ้าเกิดว่าไม่มีสิ่งกระตุ้นมากมายระตุ้นก็จะมองไม่เห็นสิ่งที่อยู่ลึกด้านในจิตใจ อาทิเช่นคู่ชีวิตในเรื่อง

แต่ ในหนังก็ยังมีจุดที่ขัดใจบ้าง แม้กระนั้นก็มิได้ทำให้เสียอรรถรสสำหรับในการดู ด้วยการเล่าเรื่องตัดสลับสมัยก่อนกับตอนนี้อาจจะก่อให้มึนงงในตอนเริ่ม แม้กระนั้นพอใช้ได้ไล่เรียงดูแล้วก็สามารถรู้เรื่องได้อย่างง่ายๆ เหนือสิ่งอื่นใดจะมีความเห็นว่ารากฐานของคนเราและก็สัตว์นั้นมีความคล้ายกันขาดเพียงแค่ช่องทางสำหรับเพื่อการอบรมเพียงแค่นั้น ไม่แน่บางทีสัตว์ยังมีความปรานีต่อสิ่งมีชีวิตมากยิ่งกว่ามนุษย์ร่วมกันเองเสียด้วยซ้ำ

ตัวอย่างหนัง Now You See Me

เรื่องย่อ

ก็ยาวนานมากแล้ว ที่พวกเรามิได้มองเห็นสิ่งที่เรียกว่า กล มาโลกแล่นบนหนัง ภายหลังจากมี The Illusionist แล้วก็ The Prestige ที่เป็นหนังกลรุ่นพี่รอให้คำชี้แนะ แนวทาง เกี่ยวกับหนังแนวนี้อยู่แต่ว่าก็ดูราวกับว่าข้อกำหนดของสิ่งโน่นจะหมดลง เมื่อ Now You See Me ได้ก้าวเข้ามา กับพล็อตหนังที่นำเอา กล มาควบกันการ ลัก พร้อมสิ่งจูงใจอะไรบางอย่างของผู้แสดง ที่ทำให้มีการเกิดการไล่ล่า แนว แมวจับหนู ได้เกิดขึ้น

Now You See Me เกิดเรื่องราวของกลุ่มนักกล ที่ไม่เฉพาะแต่ทำให้ผู้ชมอัศจรรย์ใจกับมายากลต่างๆพวกเขายังสร้างชื่อจากการปล้นแบงค์ไปขณะที่ทำการแสดงทุกหน ทำให้กลุ่มข้าราชการเอฟบีไอจำเป็นต้องมานะทาทุกๆอย่าง เพื่อจะจับกุมพวกเขาให้ได้แบบคาหนังคาเขา แบบจำพวกที่เรียกว่ามีความ ชั่วร้าย มัน รวมทั้ง ฮา ในที่เดียว

โดยหนังได้ผลสำเร็จหน้าที่การงานควบคุมของ ฝ่าส์ เลแตร์ริเย่ร์ จาก Clash of the Titans รวมทั้ง The Incredible Hulk ที่หันมาทำหนังแนวจารกรรมราวๆ Ocean กับเขาบ้าง แม้กระนั้นใช้กล เข้ามาเป็นของเสริมกองทัพความน่าดึงดูดใจไปอีกขั้น โดยโชว์ทั้งสิ้นในหนังกว่า 80% โน่นเป็นการแสดงกลของแท้ โดยไม่ใช้ CG เข้ามาช่วย ซึ่งกล่าวได้ว่างานนี้ผู้แสดงชูกลุ่มก็ได้ทำความเข้าใจแนวทางเล่นกลกันไปมากมายจริงๆซึ่งในตอนแรกที่มองเห็นแบบอย่างโน่นก็จำต้องสารภาพเลยว่าหนังสามารถดึงดูดใจผู้ชมได้มากทีเดียว กับการเล่นเรื่อง กล แล้วก็ ขโมย ซึ่งเมื่อได้ไปรับดูมาที่จริงแล้ว ก็มิได้เชิงว่า ผิดหวัง เพียงแต่ว่าหนังโน่นก็มิได้ทำให้พวกเราบอกได้เต็มปากว่าสนุกสนานอย่างเกินที่คาดหวัง ได้สักเท่าไหร่นัก

เพราะว่าส่วนนึงจริงๆของ Now You See Me ซึ่งสามารถทำให้ผู้ชมสนุกสนาน รวมทั้ง ลุ้นติดตามไปกับภารกิจของเหล่า นักกลได้อย่างดีเยี่ยม อาจจะหนีไม่พ้นการที่ตัวบทของหนังโน่นสามารถวางให้ลูกเล่น แล้วก็ วางจังหวะ โชว์ความฉลาด และก็ เฉียบแหลม ของตัวเอง ได้อย่างเหมาะสมถูกเวลาประสมประสานไปกับการแสดงโชว์ กล ที่ทำให้ผู้ชมรู้สึกคลั่งไคล้ไปกับแสงสี เหมือนกับเหล่าผู้แสดงหลายตัวในเรื่อง จนกระทั่งอาจจะถูกหลอก บางครั้งก็อาจจะถูกต้ม แต่ว่าผู้กำกับก็ล้วนแล้วแต่บ่งบอกถึงถึง เหตุรวมทั้งผล ที่ตามมา จนถึงผู้ชมโน่นยินยอมให้โดนต้มจนถึงเปื่อยยุ่ยนับครั้งไม่ถ้วน เพื่อได้รับความเพลิดเพลินของมัน โดยบางทีอาจจะบอกไม่เต็มปากว่าโดยรวมแล้วมันเป็นหนังปล้น ที่มองฉลาดที่สุด แม้กระนั้นถ้าหากเอ่ยถึงความนึกคิดสร้างสรร์โน่นจะต้องขอชูให้หัวข้อนี้จริง ที่ทั้งปวงล้วนแล้วแต่เป็นวัตถุดิบที่ทำให้ Now You See Me เป็นหนังที่มองสนุกสนานลำดับหนึ่งของผู้กำกับการฝ่าส์ เลแตร์ริเย่ร์ เลยก็ว่าได้

ซึ่งทางด้านผู้แสดง ที่เล่นเอาระดับแถวหน้า ออสการ์ มาแข่งขันกัน ถือได้ว่าสิ่งที่เก๋า รวมทั้ง น่าชื่นชมผู้กำกับการอย่างใหญ่โต ซึ่งสามารถควบคุมผู้แสดงไล่ตั้งแต่ มอร์แกน ฟรีแมน ไปกระทั่งถึงจนกระทั่งเจซี่ ไอเซนเบิร์ก ได้อย่างอยู่มือ ด้วยบทหนังซึ่งสามารถขจัดขจาย ให้น้ำหนักตัวละครเท่าๆกัน จนถึงเปรียบได้กับการเลือกบอลที่อยู่ในแก้วที่สลับไปๆมาๆ จนกระทั่งจับมิได้ ไล่ผิด ว่าในตอนแรกโน่นตัวหนังต้องการจะมาไม้ไหนกันแน่

แม้กระนั้นก็โชคร้ายที่ข้อบกพร่องสำคัญๆของหนัง ที่มันไม่น่าจะพลาดได้เลยจริงๆเนื่องจากมิฉะนั้นมันอาจเป็นหนังอีกหัวข้ออาจถูกขึ้นหิ้งในระดับเดียวกับเหล่าหนังขโมย สอบสวน หักมุม ทั้งหลายแหล่ไปแล้ว โดยข้อผิดพลาดที่ว่าโน่นก็มิได้อยู่ไหนไกล ก็แค่เป็นในตอนสุดท้ายของตัวหนังนั่นเอง ที่ดูเหมือนเป็นการหาทางออกที่ง่าย และก็ ฆ่าตัวตาย ไปนิดหน่อย จนกระทั่งทำให้ตัวหนังมองขาดเหตุรวมทั้งผลในแรงบันดาลใจของความประพฤติเสียมากเกินความจำเป็น ถึงมันจะมีผลให้คนอีกจำนวนไม่น้อยจำต้อง ช็อค เซอร์ไพรส์ หรือใดๆหน แถมเมื่อลองดูใกล้จากที่หนังบอก ภายหลังจากเฉยเมยเปิดเผยเงื่อนทุกสิ่งทุกอย่างแล้ว ตัวหนังมันก็ยังเต็มไปด้วยเชือกเงื่อน กลยุทธ์ ที่ยังผูกไม่แน่น และไม่หนักแน่นเพียงพอ จนกระทั่งทำให้พวกเราคิดว่าบางเวลาการโดนหลอกถัดไป บางทีอาจจะเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยม ที่หนังควรทำก็เป็นไปได้

ด้วยเหตุดังกล่าวโดยรวมแล้วผมมีความคิดว่า ถ้าหากว่าไม่นับตอนสุดท้ายที่นับได้ว่าเป็นสิ่งที่ฆ่าหนังโน่น Now You See Me ก็ถือได้ว่าเป็นการปล้น ผสม กล ที่มีลูกเล่นออกมาได้เยี่ยมที่สุด จนถึงราวกับพวกเราอยู่ส่วนนึงของโชว์กล จากผู้แสดงนำ แถมยังเต็มอกเต็มใจให้พวกเขาหลอกด้วยภาพลวง ก่อนที่จะเผยมายากลจริงออกมา ซึ่งถือได้ว่าอีกประสบการณ์หนังที่ไม่สมควรพลาด รวมทั้งละลานตาไปกับมันอย่างเต็มเปี่ยม

ตัวอย่างหนัง The Hitman’s Bodyguard

The Hitman’s Bodyguard แสบ ซ่าส์ แบบว่าบอดี้การ์ด เกี่ยวกับเรื่องราวของบอดีการ์ดมือฉกาจฉกรรจ์ของโลก ไมเคิล ไบรซ์ รับบทบาทโดย ไรอัน เรย์โนลด์ส (Ryan Reynolds) ได้รับมอบหมายให้ปกป้องและก็นำตัวมือสังหารอันดับต้นๆของโลก ที่มานะฆ่าเขามาแล้วนับครั้งไม่ถ้วนนาม ดาเรียส คินเคด รับบทบาทโดย แซมมูเอล แอลแจ็กสัน (Samuel L. Jackson) ไปส่งที่ศาลในประเทศเนเธอร์แลนด์ในฐานะผู้เห็นเหตุการณ์ พวกเขามีเวลาแค่ 1 วันสำหรับในการเดินทางฝ่าป่าดงลูกปืนจากมือสังหารที่ถูกส่งมาจากเจ้าพ่อผู้กระทำผิดกฎหมายอย่าง ลาดิสลาฟ มองวัววิช สวมบทโดยมึงรี โอลด์แมน (Gary Oldman) เพื่อไปที่ศาลให้ทันการ
แน่ๆว่าหลายท่านก็ตั้งตารอไม่น้อยเพื่อจะรับดูการแสดงของซุปตาร์ทั้งคู่ ก็เรียกว่าไม่ทำให้ผิดหวังเลยอาจเกิดขึ้นเนื่องจากเนื้อแท้ของทั้งสองหรือไม่ก็ด้วยการแสดงที่ตีบทแตก ทำให้เกิดความรู้สึกสนุกสนานแล้วก็สุขสบายไปกับการดูภาพยนตร์ประเด็นนี้เป็นอย่างยิ่ง Ryan Reynolds ก็แสดงบทบาทการเป็นบอดี้การ์ดที่ตั้งมั่นเฉพาะหน้าที่ได้ดิบได้ดี แล้วยิ่งได้ Samuel L. Jackson มาแจมในบทคู่แข่งขันก็ยิ่งทำให้มีความสมน้ำสมเนื้อ ชิงไหวชิงพริบกันตลอด ถ้าเกิดเป็นการชกมวยก็เป็นมวยที่ถูกคู่คำพูดตลกก็ยิงใส่กันไม่ยั้ง บางฉากนี่ถึงกับหยุดหัวเราะมิได้ เพียงแค่ผู้แสดงมองหน้ากันเฉยๆก็ยังขำไม่หยุด

นอกเหนือจากการที่จะได้เรื่องสำราญใจจากการต่อปากหลากคำของทั้งสองแล้ว ฉากแอคชั่นก็มันระเบิดไม่น้อย ราวกับหนังระเบิดเทือกเขาเผากระต๊อบของอาหลองก็ไม่ปาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งฉากการไล่ล่าตัวนำในเรื่องยิ่งมองก็ยิ่งทำให้ลุ้นตามตาเกือบจะไม่กะพริบ ซึ่งถ้าเกิดได้ดูตัวอย่างภาพยนตร์ก็จะมีความคิดเห็นว่าเค้าเรื่องสามารถทายใจได้ง่าย เว้นเสียแต่ความเบิกบานใจและก็เกือบจะหาสาระได้ไม่มากเท่าไรนัก เรียกว่ามองเอาความสนุกสนานล้วนยืนยันว่าหายเครียดแน่ๆ

แม้กระนั้น หากแม้พวกเราจะกล่าวว่าหนังมันจะสนุกสนาน ทำให้เป็นสุขเยอะแค่ไหน แม้กระนั้นก็ยังมีข้อเสียอยู่บ้าง ซึ่งคือเรื่องของการใส่ชีวิตรักของตัวเอกทั้งสองเข้ามา มันก็เลยทำให้มองกินเวลาไปๆมาๆก แต่ว่าก็ไม่สามารถที่จะปฏิเสธได้ว่ามันเป็นอีกหนึ่งรสที่ทำให้หนังกลมกล่อมละมุนละไม มีความเรียลมากขึ้นเรื่อยๆ สำหรับผู้ดูแลที่จะพาลูกหลานไปดูภาพยนตร์หัวข้อนี้ ถ้าเกิดไม่ซีเรียสก็ปล่อยไปสบายแต่ว่าทางที่ดีควรจะให้เสนอแนะแก่ลูกหลานของท่าน เพราะเหตุว่าจำต้องบอกก่อนว่ามีการพ่นคำสบถกันเรื่อง มากกว่าหนังเรื่องอื่นเลยก็ว่าได้ แล้วก็ในที่สุดขอเตือนว่าอย่าพึ่งจะลุกไปไหน!ด้วยเหตุว่าหนังมีเอนด์เครดิตด้วย

ตัวอย่างหนัง Hummingbird

เรื่องย่อ

Hummingbird นับว่าเป็นงานที่ต่างออกไปของ เจสัน สเตแธม มันเป็นงานที่เรียกใช้ความสามารถทางการแสดงทางอารมณ์แล้วก็สีหน้าท่าทางมากยิ่งกว่าท่าทางต่อยเตะแบบธรรมดาในหนังของเขาทำให้พวกเราทราบว่า เจสัน ไม่ใช่ดาราหนังที่ขายแม้กระนั้นความสามารถทางด้านแอ็คชั่นเพียงอย่างเดียว แม้กระนั้นยังสามารถแสดงอารมณ์ความรู้สึกออกมาได้ในระดับที่น่าพึงพอใจอย่างยิ่งจริงๆ

แต่ Hummingbird ก็ไม่ใช่งานที่ขายความเบิกบานใจอะไร ซึ่งอาจจะเป็นผลให้ผู้ใดกันความคาดหวังจะมาดูฉากแอ็คชั่นแบบรุนแรงตามสไตล์ดารานำชายหัวผม น้อยแล้วละก็ บางครั้งก็อาจจะจะต้องผิดหวังกับหนังประเด็นนี้

Hummingbird ได้ผลงานควบคุมของ ตีเว่น ไนท์ สมัยก่อนผู้เขียนบทหนังอย่าง Dirty Pretty Things แล้วก็ Eastern Promises ที่ผันตนเองมากำกับหนังเป็นครั้งแรก หนังเล่าราวของ โจอี้ โจนส์ (เจสัน สเตแธม) สมัยก่อนทหารหน่วยรบพิเศษประจำอัฟกานิสถาน ที่หนีศาลทหารกลับมาที่อังกฤษแล้วก็หวังจะเริ่มชีวิตใหม่อีกที เพียงแต่ว่าเขายังมีเรื่องมีราวราวความแค้นที่จำต้องสะสางให้เสร็จซะก่อน และก็โน่นทำให้เขาได้เจอกับ คริสตำหนิน่า (อากาต้า บูเซ็ก) แม่ชีที่ดูแลสถานสงเคราะห์ จนกระทั่งกำเนิดเป็นความสมาคมที่ผิดแผกระหว่างทั้งคู่

การลำดับที่สองผู้แสดงหลักมีสถานะที่แตกต่าง คนหนึ่งเป็นคนหนีทหารมือเลอะเทอะเลือด กับอีกคนเป็นคนรับใช้ศาสนา ให้โอกาสให้หนังได้เล่นกับการถามในเรื่องของความดีงามชั่วช้าสารเลวแล้วก็คุณธรรม แต่หนังก็นำหัวข้อนี้มาเล่นเพียงแต่ผิวเผินแค่นั้น

เนื่องจากหนังเลือกที่จะจับเรื่องหัวข้อที่ง่ายดายกว่าอย่าง ?ความรักโดยใช้ไม่เหมือนกันของคนทั้งคู่มานำเสนอได้น่าดึงดูดพอเหมาะพอควร กับโจอี้ โจนส์ ที่เป็นตัวละครสีเทาที่ชี้ให้เห็นทั้่งด้านดีแล้วก็ด้านเลวทราม เวลาที่แม่ชีคริสว่ากล่าวน่า ก็มีความอัดอั้นตันใจบางสิ่งในตัวอันเหตุเพราะการเข้ามาสู่ศาสนาด้วยเหตุผลทาง ข้อบังคับไม่ใช่จากเลื่อมใส ทั้งคู่ไม่ส่วนเติมเต็มของกันและกัน ที่ทำให้ความเกี่ยวเนื่องแปลกนี้น่าเอาใจช่วย เนื่องจากราวกับเป็นการปล่อยผู้แสดงให้ไม่มีอะไรค้างในใจ จนถึงเอามาข้อสรุปช่วงท้ายในแนวทางที่นับว่าจบเจริญทั้งสองฝ่าย

ฉากแอ็คชั่นในประเด็นนี้ มีเพียงแต่ให้มองเห็นท่าทางที่แสนอันตรายของโจอี้ โจนส์ แค่นั้น มิได้อยากใส่มาเพื่อตอบสนองผู้ชมอะไร แต่ว่าเนื่องจากว่าความแข็งแกร่งของโจนส์ทำให้การแก้เงื่อนของเขาไม่มีอะไรให้ลุ้นให้ตื่นเต้น

ยิ่งไปกว่านี้หนังยังมีข้อความสำคัญของ เรื่องของความดีความชอบและก็ความชั่วช้าสารเลว หากแม้เครื่องวัดทางศาสนาจะเห็นว่าการฆ่าเป็นบาป แต่ว่าบางโอกาสพวกเราก็ไม่บางทีอาจกล่าวร้ายได้ว่ามันเป็นเจตนาของการตัดสินใจ ถ้าหากพวกเราได้รับทราบเรื่องราวเบื้องหน้าเบื้องหลังอย่างกรณีของคริสติเตียนน่า รวมถึงการล้างแค้นของโจนส์ ที่มองดูเป็นสีเทาบางครั้งพวกเราบางทีอาจเห็นอกเห็นใจแล้วก็บางทีอาจเกื้อหนุนสิ่งที่พวกเขาทำ ถึงกระนั้นหนังก็มิได้กล่าวว่า

สิ่งที่ผู้แสดงในเรื่องทำเป็นสิ่งที่ถูก แม้กระนั้นหนังตั้งปัญหาเพื่อผู้ชมเป็นผู้ตอบว่า ความดีเลิศต่ำทรามในแบบของคุณเป็นอย่างไร??? หากแม้ในรูปภาพรวมหนังจะเล่าแบบลอยล่องไปนิด แม้กระนั้นมันก็เป็นหนังที่ทำให้พวกเราได้มองเห็นอีกมุมมองหนึ่งทางการแสดงของดาราที่ ชื่อ เจสัน สเตแธม รวมทั้งถึงจะเป็นการควบคุมเรื่องแรกของ ตีเว่น ไนท์ ในมุมมองผมจัดว่าสอบได้ เนื่องจากว่านับว่าเป็นผู้กำกับที่เลือกจะเล่าหัวข้อยากไม่ค่อยมีผู้ใดกันแน่เขาทำกัน ซึ่งน่าติดตามในผลงานชิ้นถัดไปว่าจะดียิ่งขึ้นหรือเปล่า!

อนึ่งชื่อหนัง Hummingbird ที่ในเรื่องเป็น ชื่อเรียกชื่อของเรือบินสืบแบบไม่มีผู้ขับที่ใช้ในประเทศอัฟกานิสถานที่ ผู้แสดงนำชายของเรื่องไปทำหน้าที่ ซึ่งที่จริงก็มิได้เกี่ยวเนื่องกับประเด็นนี้เท่าไรนักนอกเหนือจากฉากหลอนของโจน ส์ในช่วงต้นเรื่อง ที่ถ้าคนใดกันจะแปลความก็ดูเหมือนจะไม่สำคัญแล้วก็เสียเวลาเปล่า หนังควรที่จะใช้ชื่อ Redemption (การไถ่คืนถอน การชดเชย การชำระล้างที่ใช้โฆษณาที่อเมริกาจะมองแจ่มแจ้งกับแนวทางของหนังมากยิ่งกว่าน่ะ!