ตัวอย่างหนัง World War Z

เรื่องย่อ

จัดได้ว่าเป็นหนัง บล๊อคบัสเตอร์ เรื่องนึงของปี ที่ตัดต่อตัวอย่างออกมาน่าดู และ ทำให้คอซอมบี้ได้ฟินกันมากแน่ๆ กับ World War Z ที่ดัดแปลงมาจากนิยายในชื่อเดียวกัน นำแสดงโดย แบรด พิทต์

กับเรื่องราวในวันธรรมดาวันหนึ่ง เจอร์รี่ เลน และครอบครัว พบว่าการเดินทางบนท้องถนนที่เคยเงียบสงบของพวกเขา ต้องเผชิญหน้ากับการจราจรติดขัดกลางเมือง เลนที่ในอดีตเคยเป็นเจ้าหน้าที่สืบสวนขององค์การสหประชาชาติ รู้สึกว่านี่ไม่ใช่รถติดธรรมดา และเมื่อมีเฮลิคอปเตอร์ของตำรวจบินอยู่ร่อนอยู่เหนือท้องฟ้า และมีมอเตอร์ไซค์ของตำรวจวิ่งไปมาอยู่เบื้องล่าง ทั้งเมืองต้องเผชิญกับเหตุโกลาหล เมื่อผู้คนต่างติดเชื้อ และกลายเป็น คนตายเดินดิน เขาต้องสืบหาว่าเรื่องทั้งหมดนี้เกิดมาจากอะไรกันแน่

World War Z เป็นผลงานการกำกับของ มาร์ค ฟอสเตอร์ ผู้กำกับที่เราน่าจะคุ้นหน้าคุ้นตากันมาบ้าง จากหนังเรื่อง The Kite Runner และหนัง เจมส์ บอนด์ ภาค Quantum of Solace ที่ในครั้งนี้เขากลับมาพร้อมกับหนังสเกลใหญ่กว่าเดิม แต่ยังจับต้องหนังทุนสูงระดับ 170 ล้านเหรียญ อีกด้วย โดยส่วนตัวถ้าหากเราดูจากตัวอย่างของ World War Z เราก็คงจะไม่หวังอะไรมากไปกว่า ความบันเทิง ที่หนังจะมอบให้เราจากการฟัดแหลก แหวกฝูงซอมบี้ และฆ่าล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์ ซึ่งดูเหมือนผู้กำกับ มาร์ค ฟอสเตอร์ จะรู้ดีว่า โจทย์ของคนดูที่ต้องการคืออะไร และจัดคำตอบให้โจทย์ข้อนั้นแบบไม่ยั้ง ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุดของหนัง กับการที่ World War Z เลือกที่จะตัดสิ่งต่างๆที่ทำให้คนดูหนักสมองทิ้ง ไม่ต้องคิดเยอะ และยัดเข้ามาแทนด้วย ฉากแอ็คชั่น ระทึกขวัญ ที่ไม่ปล่อยให้คนดูพักหายใจกัน เพราะเรียกได้ว่า 5 นาทีแรก ก็เข้าเนื้อเรื่องกันแบบไม่ต้องปูบทกันแล้ว

ซึ่งฉากแอ็คชั่น สเกลใหญ่ๆ ของตัวหนัง World War Z ก็จัดได้ว่าออกมาน่าพอใจ ถึงแม้หลายฉากเราจะเห็นในตัวอย่างหนังกันแล้ว แต่พอเอาเข้าจริงๆ มันก็ยังทำให้เรารู้สึกขนลุกไปกับความยิ่งใหญ่ของฝูงซอมบี้ 4×100 ที่เนื่องจากเรื่องนี้เป็นหนังฟอร์มยักษ์ จึงทำออกมาได้เพียงเรท PG-13 ซึ่งอาจจะไร้เลือด ไร้ฉากแหวะ แบบที่หนัง ซอมบี้ ควรจะเป็น แต่หนังก็ทดแทนของเหล่านั้นด้วย ซอมบี้ 4×100 ที่วิ่งเร็วขนาด ยูเซน โบลต์ อาจจะต้องยอมโดนกัด ซึ่งน่าจะถูกใจคอหนังแนว ซอมบี้ เป็นอย่างแน่นอนที่ได้เห็นอะไรแปลกใหม่ในการ วิวัฒนาการ เหล่าเชื้อไวรัสนี้

พร้อมทั้งการรับบทนำของ แบรด พิตต์ ในหนังฟอร์มใหญ่อีกเรื่อง ที่ยังทำหน้าที่นักแสดงนำคนเดียว ที่คุมโทนเรื่องได้อยู่หมัด โดยเฉพาะช่วงท้ายของหนังที่ต้องขอบคุณ ออร่า นักแสดง ที่ทำให้คนดูต้องสะใจ พร้อมกับปรบมือไปกับความเก๋าของเฮียแกได้

ซึ่งมากไปกว่านั้นบางฉากที่ผู้กำกับ มาร์ค ฟอสเตอร์ แอบใส่ลูกเล่นให้มีอารมณ์แอบคล้ายเกมส์ Resident Evil และ Dead Rising อยู่บ้าง พร้อมกับแทรกอารมณ์ขัน สนุก และ สะใจ เป็นจังหวะช่วงๆ จึงทำให้ World War Z จัดได้ว่าเป็นหนังป๊อปคอร์น ที่ขายความบันเทิงของแท้ แบบไม่ต้องแคร์องค์ประกอบด้านอื่น จึงอาจจะทำให้หลายสิ่ง ที่หนังสเกลใหญ่ขนาดนี้สามารถหยิบจับต้อง เอามาเล่นให้เป็นประเด็นเสียดสีได้มาก ต้องตกหล่นไปอย่างน่าเสียดายบ้างก็ตาม แต่กระนั่นแล้ว ในเมื่อมันเป็นหนังซัมเมอร์ ความบันเทิง อย่างเดียวในหนัง มันก็น่าจะพอแล้วไม่ใช่หรือ ?

ตัวอย่างหนัง The Lone Ranger

เรื่องย่อ

มองเห็นหน้าหนังถึงจะคาวบอยขนาดนี้ แม้กระนั้นไม่เชื่อก็จำเป็นต้องมั่นใจว่าผลงานเรื่องใหม่ของกอร์ เวอร์บินสกี้ ที่ Pirates of the Carribbean ใช้ทุนสร้างไปทั้งปวง 250 ล้านเหรียญ กับหนังที่ปรับปรุงแก้ไขดัดแปลงมาจากโทรทัศน์ซีปรี่ย์อย่าง The Lone Ranger ที่มีนักแสดงคู่บารมีอย่างจอห์นนี่ เดปป์ พ่วงด้วย อาร์มี่ แฮมเมอร์ มารับบท วีรบุรุษต้อง ที่จำเป็นต้องสกัดการเกิดการสู้รบระหว่างชนเผ่า ประเทศอินเดีย และก็ คนกรุงตะวันตก ในสไตล์คาวบอยจัดหนัก

เดอะ โลน เรนเจอร์ หน้ากากพิฆาตอธรรมการเสี่ยงภัยสุดตื่นเต้นที่เต็มไปด้วยแอ็คชั่นแล้วก็อารมที่ขัน ที่ซึ่งวีรบุรุษภายใต้หน้ากากได้ถูกปลุกชีพขึ่นมาผ่านมุมมองใหม่ ทอนโต้ (จอห์นนี่ เดปป์) นักสู้ประจำถิ่นอเมริกันกลับมาอีกรอบกับเรื่องราวของความเคลื่อนไหว จอห์น รีด (อาร์มี่ แฮมเมอร์ชายผู้รักษาข้อบังคับ ให้แปลงเป็นตำนานที่ความชอบธรรม ที่จะพาผู้ชมไปสู่มหากาพย์การเสี่ยงภัยสุดตื่นเต้น., น่าแปลกใจแล้วก็เต็มไปด้วยอารมณ์ขัน ของ วีรบุรุษต่างขั้วที่ศึกษาสำหรับเพื่อการร่วมมือ

ส่วนตัวนั้น แต่ก่อน หนังสไตล์คาวบอยเป็นอะไรที่ส่วนตัวผมโน่นค่อนข้างจะติดอกติดใจมากมายโดยยิ่งไปกว่านั้นหนังคาวบอยของ คลินท์ อีสต์วู้ด เนื่องจากมันเต็มไปด้วยความสนุกสนานร่าเริงแบบที่อีกทั้ง ตื่นเต้น แล้วก็ หรู จวบจนกระทั่งมาถึงสมัยการมาของ Wild Wild West ที่ประสมประสานกับเรื่องของ ไซไฟ ถึงจะผิดเพี้ยน รวมทั้ง เจ๊งถล่มทลาย แม้กระนั้นกระโน่นส่วนตัวก็ยังมีความรู้สึกว่ามันยังมีความสนุกสนานที่เพียงพอจะมองเพลิดเพลินเล่น เป็นหนังป๊อปคอร์นได้อย่างไม่เสียหาย ซึ่งโน่นก็เหมือนกับ The Lone Ranger หนังคาวบอยที่เปิดตัว และก็ คะยั้นคะยอ ผู้ชม เสมือนจะเอ่ยถึงเรื่องความชอบธรรม ในทางมุมของ หากไม่พบกับตัวไม่เคยรู้หรอก’ ผ่านนักแสดง จอห์น รี๊ด ทนายความชายหนุ่มที่เชื่อถือว่าทุกสิ่งจะต้องเป็นไปตามกฏหมาย จนกว่าได้มาเจอเรื่องราวป่วนปั่นทั้งหลายแหล่เพราะเหตุว่าถึงหนังจะมีความยาว 150 นาที แม้กระนั้นก็เกิดเรื่องที่น่าสงสัยว่าเพราะเหตุใดหนังถึงเจตนาที่จะย้ำเรื่องราวการนำพาเหตุการณ์วายป่วง ที่หลายสิ่งหลายอย่างก็มองวนเวียน จำเจ มากยิ่งกว่าจะนำเวลาโดยมากมาเสริมบทความแกร่งของผู้แสดง

ทั้งยังมันยิ่งเกิดเรื่องน่าประหลาดมากกว่า ในเมื่อผลงานเรื่องก่อนของผู้กำกับอย่าง Rango อนิเมชั่นกิ้งก่าคาวบอย ที่ทำยกย่องหนังแนวนี้ได้อย่างดีเยี่ยม แต่ว่าพอเพียงมาใน The Lone Ranger หนังกลับหายในสิ่งที่เรียกว่า เสน่ห์ตะวันตก และก็เหลือไว้ก็แค่ โปรดักชั่น ที่แสดงออกว่า เราเป็นหนังคาวบอย’ แม้กระนั้นผู้ชมไม่สามารถที่จะทดลองชิมรสของมันมองได้ หากแม้จะได้ดาราระดับ จอห์นนี่เดปป์ มาร่วมแสดงในบทที่ฟั่นเฟือนแสนบ้า เพิ่มขึ้นเรื่อยๆก็ตาม

สิ่งที่ยังเหลือไว้ให้หนังมีคุณความดี ความชื่นชอบ เต็มๆอาจจะหนีไม่พ้นฉากแอ็คชั่นสเกลใหญ่ ที่ระเบิดเทือกเขา เผารถไฟ ฆ่าประชาชนเกษตรกร กันแบบสาแก่ใจทุนสร้าง 250 ล้านเหรียญกันไปเลย ซึ่งนับได้ว่าเป็นจุดขายหลักของตัวหนังกับด้านของ ความเพลิดเพลิน ที่ผู้กำกับ กอร์ เวอร์บินสกี้ยังสามารถจัดเต็มมาให้ผู้ชมได้อย่างน่ากล่าวยกย่อง โดยยิ่งไปกว่านั้นในตอนไคล์แมกซ์ ส่วนท้าย ที่มีการดึงเอา เพลงธีมหลักของ The Lone Ranger มาใช้ในฉากซึ่งก็หมายความว่าเป็นลู่ทางที่ดี และก็นำมาซึ่งการก่อให้เกิดอารมณ์ความสนุกสนานในต้นแบบตะวันตกที่ยังแตะต้องได้ อยู่ตอนระยะนึง จนกระทั่งบางทีอาจพูดได้ว่า หากแม้ด้านตัวบทจะมองยืดยาว เสน่ห์ของหนังจะไม่เอาถ่าน แต่ว่าถ้าเกิดทำฉากแอ็คชั่นออกมาเหิมใจขนาดนี้ The Lone Ranger ก็จัดว่าเป็นหนังซัมเมอร์อีกประเด็นนึงซึ่งสามารถมองเพลิดเพลินได้ไม่เสียดายตังค์นะครับ

ตัวอย่างหนัง Pacific Rim

เรื่องย่อ

จัดได้ว่าเป็นหนังซัมเมอร์ทุนสูง ที่ตัดต่อแบบอย่าง และก็ ส่วนประกอบหลายอย่างออกมาได้น่าดูทีเดียวสำหรับ Pacific Rim ของผู้กำกับ กิลเลอร์บด เดล โทโร่ จาก Hellboy ภาค พ่วงมาด้วยดาราหนังคู่บารมีอย่าง รอน เพิร์ลแมนไอริส อัลบ้า รวมทั้งคู่พระนางคนใหม่อย่าง ชาร์ลี ฮันแนมรวมทั้ง รินโกะ คินปะทุชิ

ภาพยนตร์ที่ เกี่ยวกับหุ่นยนต์ยักษ์ที่รู้จักกันในชื่อว่า เจเกอร์ส แล้วก็ ควรจะมีคนควบคุม เจเกอร์สร่วมกันถึง คน ซึ่งพวกเขาจำเป็นต้องต่อกรที่จะต่อสู้กับอสูรกายตัวยักษ์ที่มีชื่อว่า ไคจู ที่กำลังจะทำลายโลก และก็ รวมถึงทำลายทรัพยากรของผู้คนด้วยด้วยเหตุนั้นสำหรับในการที่จำเป็นต้องต่อสู้กับตัวประหลาดยักษ์ ทำให้ควรจะมีการประดิษฐ์สร้างสรรค์อาวุธพิเศษขึ้นมา เพื่อต่อกรกับพวกอสูรกายที่กำลังบุกโลก อาวุธที่ว่าโน่นเป็น พบเกอร์ส หุ่นยนต์ยักษ์พร้อมคนควบคุม เรื่องราวการต่อสู้คราวนี้จะคืออะไร หุ่นยนต์ยักษ์จะสามารรับมือกับอสูรกายยักษ์ได้หรือเปล่า ติดตามต่อในโรงหนัง

โดยถ้าเกิดผู้ใดกันเคยได้มองผลงานเก่าๆของผู้กำกับ เดล โทโร่ ไม่ว่าจะเป็น Hellboy, Pan’s Labyrinth หรือแม้กระทั้ง Blade II จะมองเห็นได้ว่าผลงานการออกแบบส่วนประกอบต่างๆไม่ว่าจะเป็นเหล่าตัวประหลาด แล้วก็ ภาพอาร์ตได ต่างออกมางามแล้วก็เป็นเอกลักษณ์ กระทั่งคนเห็นจะต้องทราบได้ในทันทีว่าเป็นงานของ เดล โทโร่ แม้กระนั้นดูเหมือน Pacific Rim จะไม่ใช่แบบนั้นไปซะทีเดียว เนื่องจากเมื่อมองเห็นครั้งแรกคนอีกจำนวนไม่น้อยก็คงคิดกันไปแล้วว่า ก๊อป เอวาเกมัน มา , ก๊อป กันดั้ม , ก๊อป อุลตร้าแมน แล้วก็ต่างๆนานา แม้กระนั้นก็น่ามหัศจรรย์ไม่ใช่น้อย เมื่อความรู้สึกพวกนั้นกลายเป็นสิ่งที่ทำให้หนังดูดีขึ้นไปอีกระดับ

เนื่องจากว่าแม้ Pacific Rim จะเป็นหนังฮอลลีวู้ดร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ว่าไม่น่าเชื่อว่าหนังกลับดึงอารมณ์ความรู้สึกเก่าๆราวกับตอนดูหนังหุ่นยนต์สู้อสูรกายของประเทศญี่ปุ่นได้มาครั้งละนิดทีละน้อยๆราวกับว่าข้างดารานำชายมาจาก เอวาเกมัน รวมทั้งข้างตัวร้าย ไคจู มาจากตัวประหลาดใน อุลตร้าแมน แม้กระนั้นมีส่วนผสมของมังงะหลายเรื่องรวมอยู่ในนั้น ซึ่งจำเป็นต้องขอชูความดีความชอบให้กับผู้กำกับ กิลเลอร์บด เดล โทโร่ ที่นอกเหนือจากที่จะเดินเรื่องตลอดระยะเวลา 130 นาทีได้อย่างไม่มีเบื่อแล้ว ฉากแอ็คชั่น ในแต่ละซีเควนส์ของหนัง ยังสามารถจัดเต็มออกมาได้ในระดับเดียวกัน พูดได้ว่าไม่มีฉากแอ็คชั่นไหนของหนังที่สร้างมาเพื่อฆ่าเวลา หมู สุนัข กา ไก่ ราวกับหลายเรื่อง ด้วยเหตุว่าทุกฉากแอ็คชั่นกลับดูเหมือนจะนำเอาไปเป็น ไคล์แม๊กซ์ ของหนังอีกหลายเรื่องได้อย่างยิ่งจริงๆ

ซึ่งการรับบทบาทพระ นาง ของ ชาร์ลี ฮันแนม แล้วก็ รินโกะ คินระอุชิ ก็สามารถเล่นได้เข้ากันอย่างไม่ขัดข้อง พร้อมด้วยการผสมมุกขบขันแนวกวนประสาทให้กับนักแสดงของ รอน เพิร์ลแมน แล้วก็ไอริส อัลบ้า ก็จัดได้ว่าเป็นสีสันอีกอย่างของ เดล โทโร่ ซึ่งสามารถกระจัดกระจายบทให้กับผู้แสดงรวมทั้ง ดารา ได้อย่างทั่วถึงอย่างแท้จริง

โดยถ้าเกิดจะให้ว่ากล่าวตัวหนัง อาจจะมีอยู่อย่างนึงใหญ่คงจะเป็นด้านของตัวบทหนัง ที่เดินเรื่องตามแบบหนังแอ็คชั่นดาดๆทั่วๆไป ไม่มีอะไรแปลกใหม่ กล่าวได้ว่าวางไดอะล็อคของหนังไว้อย่างพอดีว่า ฉันจะขายแม้กระนั้นความมันส์’ ก็เลยทำให้ด้านความสดใหม่ รวมทั้ง เหตุผลหลายประการของหนังถูกตัดทิ้งไป ถึงแม้ว่าจะแอบมีบางประโยคอย่างจะพาให้ตัวหนังออกนอกสมุทร เพื่อไปเล่นประเด็นต่างให้ชื่นชอบนักวิพากษ์วิจารณ์บ้างก็ตามแต่

แต่ว่าก็อย่างว่า หากว่ามองไม่ซีเรียสอะไร Pacific Rim ก็จัดได้ว่าเป็นหนังบล็อคบัสเตอร์ ป๊อปคอร์นทุนสูง ในซัมเมอร์ปีนี้ ที่จัดเต็มด้านความมันส์ ความเพลิดเพลิน ก้าวหน้าไม่แพ้ในระดับ Man of Steel รวมทั้ง World War Z เลยก็ว่าได้

ตัวอย่างหนัง Red 2

เรื่องย่อ

กลับมาแล้วกับหนังภาคต่อที่ผลิตจากการ์ตูนของ DC Comics ใน Red ที่ในภาคต่อนี้ได้ผู้แสดงจากภาคแรกอย่าง รูซ วิลลิส, แมร์ปรี่ ฝ่าส์ พาร์คเกอร์, จอห์น มัควัววิช ร่วมด้วย แอนโธนี่ ฮ๊อปกินส์มาแจม จากการดูแลของ ดีน พาริซ๊อต

เรื่องราวของ แฟรงค์ โมเซส สมัยก่อนยอดเยี่ยมหน่วยสืบราชการลับของสหรัฐอเมริกาทำการณ์ลับ ที่สาบานกับทุกคนแล้วว่าจะวางมือจริงๆแต่ว่าแล้วเขายั้งใจไม่ไหวกลับไปร่วมกลุ่มกับเพื่อนเก่าอีกรอบในภารกิจตามหาตัวจุดปรมาณูแบบนำพา ที่ฝูงคนทั้งโลก ไม่ว่าจะเป็นกองกองทัพต่างประเทศ ผู้ก่อให้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรง และยังรวมไปถึงคนภายในรัฐบาลของตน อยากครองเพื่อที่ค้นหาผลดีจากมันแฟรงค์ รวมทั้งกลุ่มของเขาได้เดินทางไปอีกทั้งกรุงปารีสลอนดอน และก็มอสโคว์ แล้วก็ใช้ความรู้พิเศษและก็ประสบการณ์อันเก๋าสำหรับในการช่วยโลกด้วย

โดยในภาคแรกของ Red จำต้องสารภาพว่าส่วนตัวผมค่อนข้างจะผิดหวังในระดับนึง เนื่องมาจากมุ่งหวังที่กำลังจะได้แอ็คชั่นอะไรที่มันตูมตามมากยิ่งกว่านี่ ด้วยเหตุผลดังกล่าวในภาคต่อของหนังชุดนี้ความมุ่งมาดก็เลยเริ่มลดมา และก็เพียงแค่มีความคิดว่าได้มองเห็นคุณลุงป้ามาบู๊กันเพียงพอมองเห็นพอเหมาะก็คงจะได้สมหวังแล้ว แม้กระนั้นปรากฏว่าหนังภาคต่อชุดนี้กลับสร้างความเซอร์ไพรส์พอเหมาะพอควร ด้วยเหตุว่าเอาเข้าอันที่จริงแล้ว Red 2 ถือเป็นการนำเอาสูตรการเดินเรื่อง รวมทั้งทั้งหมดทุกอย่าง ในภาคแรกมาอัพเกรด ยกฐานะ ให้ทุกสิ่งมันมองเร็วขึ้น รวมทั้ง สนุกขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับในการเดินเรื่องที่ย้ำการตัดต่อแบบฉับไว ไม่พองเรื่อยๆแบบในภาคแรก

นอกจากในฉากแอ็คชั่น การได้ ลีบยองฮุน มาร่วมแจมกลุ่ม ก็นับว่าบรรลุผลสำเร็จสำหรับการสร้างฉากแอ็คชั่นที่เน้นย้ำขายท่าทางความคุยโวมากขึ้นเรื่อยๆกว่าเดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงท้ายที่นำเอาเพลง Given Up ของ Linkin Park มาผสมในฉากแอ็คชั่นเยี่ยมแล้วก็รวมทั้งในอีกหลายฉากที่ได้ดนตรีประกอบหนังมาช่วยไว้นั้น ก็สามารถทำให้ฉากแอ็คชั่นเตะต่อย ที่ดูเหมือนจะปกติ เปลี่ยนเป็นความอวดที่สนุกพอควร

แต่ว่าโชคร้ายในทางตรงกันข้าม เมื่อความสนุกสนานของหนังได้มากขึ้น ประสิทธิภาพของตัวหนังก็กลับลดน้อยลงในด้านของตัวบท และก็ หัวข้อแบ่งย่อย ไม่ว่าจะเป็นชีวิตการครองเรือนของ แฟรงค์ ร่วมไปถึง รูปความ ของตัวหนังที่บางทีก็อาจจะออกมาค่อนข้างจะหละหลวมรวมทั้งมีช่องโหว่มากไปหน่อยถ้าเกิดให้เทียบกับการเดินทางตามหาตัวฆาตกรในภาคแรกแล้วละก็

ซึ่งด้านดาราหลักในภาคนี้อีกทั้ง รูซ วิลลิส ,แมร์ปรี่ ฝ่าส์ พาร์คเกอร์, จอห์น มัลวัววิช, เฮเลนไม่เรน แล้วก็ แอนโธนี่ ฮ๊อปกินส์ ก็ต่างนับว่าสร้างสีสันได้พองาม โดยในรายข้างหลังซึ่งสามารถเล่นบทบาทปั่นป่วนๆต๊องๆได้มีลูกเล่นจนถึงทำเอาลืมหน้าที่ของ ดร.ฮันนิบาล ไปในขณะนึง เหมือนกันกับรูซ วิลลิส แล้วก็ จอห์น มัลวัววิช ที่มีมุกขบขันแทรกสอด ให้เข้าขากันก้าวหน้าไม่แพ้กับ ภาคแรกรวมถึง แมร์ปรี่ ฝ่าส์ พาร์คเกอร์ ที่มีหน้าที่มากยิ่งกว่าเดิม แถมยังได้มีการปลดปล่อยมุกฮา เสริมความน่ารักน่าเอ็นดูเล็กให้กับตัวหนังอีกด้วย

โดยสรุปแล้วผมรู้สึกว่า Red 2 เป็นภาคต่อที่สนุกสนานกว่าภาคแรกพอเหมาะพอควร ไม่ว่าจะเป็นด้านของ ฉากแอ็คชั่น หรือ การเดินเรื่อง ที่ดูแล้วไม่มีเบื่อ รวมทั้ง ไม่เฉื่อยชาเท่าภาคแรก ต่อให้เต็มไปด้วย ช่องโหว่ ที่เยอะแยะเกินความจำเป็นก็ตาม